ิวเฟิงจะพูดอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้เยี่ยนอวี๋ตื่นจากภวังค์ได้ นางยังคงจมอยู่ในภาพความทรงจำเหล่านั้น ไม่อาจถอนตัวได้ ความพะวงถึงดึงรั้งให้นางไปสัมผัสทุกสิ่งด้วยตนเอง ทำให้นางไม่สามารถหลุดจากภาพความทรงจำได้ แม้นางจะได้ยินเสียงคนข้างกายก็ไม่สามารถถอนตัวออกมาได้แน่นอนว่า หากนางยินยอม นางย่อมบังคับตนเองให้หลุดออกมาได้ ทว่านางไม่อยากทำเช่นนั้น นางรู้ว่าความพะวงถึงที่ทำให้นางได้
เห็นและสัมผัสอย่างตั้งใจนั้น คือความพะวงถึงของร่างกายร่างนี้ คือความพะวงถึงของเยี่ยนจื่ออวี๋ในชาติก่อนนางยอมคล้อยตามความพะวงถึงเช่นนี้ และเต็มใจที่จะไปสัมผัสความเจ็บปวดและความสิ้นหวัง หากเป็นไปได้ นางอยากไปลูบแม่นางน้อยที่กำลังกรีดร้องและระเบิดอารมณ์แผดเผาทุกสิ่งอย่างต่อเนื่องอยู่หน้าประตูเมืองตี้ชิว นางอยากโอบกอดและปลอบประโลมแม่นางน้อยบอกนางว่า “ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว อย่าสิ้นหวัง อย่าร้องไห้เลย ข้ามาแล้ว ให้ข้าช่วยเจ้าเถิด…”เสียดายที่ถึงแม้เยี่ยนอวี๋จะสามารถหลุดออกจากสามโลกอีกครั้งเพื่อไปอยู่ข้างกายเยี่ยนจื่ออวี๋ตามที่ต้องการ ทว่านางก็ทำได้เพียงอยู่ในร่างกายของแม่นางน้อย คอยรับรู้ทุกสิ่ง ไม่สามารถโอบกอดหรือปลอบประโลมเด็กน้อยคนนี้ได้เลย“กรี๊ด…”เยี่ยนอวี๋ได้แต่มองเยี่ยนจื่ออวี๋ที่กำลังแผดเผาตนเองจนมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน นางรับรู้ถึงความเจ็บปวดจากการถูกฉีกและแผดเผาทีละน้อยตั้งแต่วิญญาณจนถึงร่างกายแม่นางน้อยเอ๋ย…เยี่ยน