ณ บริเวณแม่น ้าเย่ว์หมิงมีหมอกปกคลุมไปทั่ว! แม่น ้าเย่ว์หมิงที่ปั่นป่วนถูกเมฆหมอกปกคลุมอย่างแน่นหนาผ่านไปเพียงไม่นาน ทั้งเมืองโยวตูก็ถูกปกคลุมไว้หมดแล้ว“อะไรกันอีกล่ะนี่”เยี่ยนจื่อเสาแสดงสีหน้าเคร่งเครียด เขารู้สึกว่าสถานการณ์ในใต้น ้าเย่ว์หมิงซับซ้อนเกินไปแล้ว“กลิ่นอายความชั่วร้าย!” เม่ยเอ๋อร์สูดอากาศรอบๆ นัยน์ตาเปล่งประกายแสงสีแดง “เป็นกลิ่นอายชั่วร้ายที่ทรงพลังนัก”“ชั่วร้ายมากจริงๆ” นักบวชโยวตูที่อยู่ห่างจากทั้งสองคนไม่ไกลนักก็เห็นด้วยกับคำพูดของเม่ยเอ๋อร์ “อีกทั้งยังเก่าแก่มาก เกรงว่านี่คือต้นตอที่ทำให้แม่น ้าเย่ว์หมิงประสบภัยน ้าท่วมทุกปี”ทว่าไม่ว่าเม่ยเอ่อร์หรือนักบวชโยวตู พวกเขาในบัดนี้ไม่รู้เลยว่าหมอกหนากลุ่มนี้ไม่เพียงปกคลุมเมืองโยวตู มันยังปกคลุมพื้นที่
ต้องห้ามกว่าครึ่งของโยวตู แม้กระทั่งเมืองหลวงตี้ชิวก็ถูกปกคลุมไว้แล้ว!“…ข้ารู้สึกหนาวจังเลย” อินหลิวเฟิงที่กลับมาที่เดิมแล้ว ถึงแม้เขาเองก็ไม่รู้ขอบเขตที่หมอกหนาปกคลุม แต่เขาก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบตามสัญชาติญาณ“นายท่านน้อย ก็เพราะว่าเสื้อของท่านเปียกอย่างไรเล่า” เอ้อร์เหมากล่าวอย่างตรงไปตรงมา “เปียกมานานแล้ว ท่านก็ไม่อบแห้งเสียที ข้าน้อยเห็นแล้วยังรู้สึกหนาวแทนท่านเลยขอรับ”อินหลิวเฟิง “…”เขาค่อยๆ ใช้พลังฌานตบะ ‘อบ’ เสื้อผ้าจนแห้ง ก่อนจะค่อยๆเบี่ยงเบนความสนใจของตนเองไปรอบทิศเพื่อมิให้ตนเองโมโหตาย!…ท่ามกลางหมอกหนาเหล่านี้ ไม