“…”แขกในห้องซื้อขายไม่รู้จะบรรยายความตื่นเต้นในใจอย่างไรแล้วถึงแม้หลายๆ คนจะรู้ว่าสมบัติล ้าค่าเช่นนี้ เกรงว่ามิใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถครอบครองได้ แต่การได้เห็นสมบัติล ้าค่าระดับนี้ในห้องซื้อขายก็เป็นประสบการณ์ที่พวกเขารู้สึกเป็นเกีรยติและเอาไปพูดโอ้อวดได้แล้ว“ครั้งนี้หอจวินเป่าเล่นใหญ่จริงๆ” เมื่ออินหลิวเฟิงเห็นก็อดพูดขึ้นไม่ได้ “จู่ๆ ก็อยากรู้จริงๆ ว่าสมบัติล ้าค่าชิ้นสุดท้ายคืออะไร”“จินตนาการยากจริงๆ” เยี่ยนจื่อเสาก็ไม่คิดว่าหอจวินเป่าจะมีทุนหนาเช่นนี้ สมบัติที่แม้แต่เก็บไว้ในเมืองหลวงก็อาจถูกขุนนางสูงศักดิ์ยื้อแย่งกันได้กลับนำออกมาแสดงง่ายดายเช่นนี้“อ้ะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่กลืนอาหารในปากลงไปหมดแล้วยังไม่ถูกป้อนคำต่อไป เขาก็มองท่านแม่ของเขาอย่างงุนงง และพบว่าท่านแม่ของเขากำลังมองสิ่งของที่อยู่ข้างล่าง
เยี่ยนเสี่ยวเป่ามองตามลงไป จากนั้นดวงตาของเขาก็ส่องประกาย “อ้ะเนะเนะ!” สวยจังเลย!ครั้งนี้ผังอี้มิได้เปิดตัวสมบัติด้วยวิธีวิเศษหรูหราแต่อย่างใด เขาเพียงแค่นำปีกแห่งมังกรออกมาแสดงต่อหน้าทุกคนอย่างเรียบง่ายมันเป็นปีกขนาดใหญ่สีขาวเงินเป็นประกายราวกับหิมะคู่หนึ่งสายตาของเยี่ยนอวี๋ตกลงบนโคนปีกคู่นั้นทันที โคนปีกที่ตรงและเรียบนั้นทำให้นางรู้ว่าปีกคู่นี้ถูกตัดด้วยดาบที่คมมากนี่ยังมิใช่ประเด็นสำคัญ… ประเด็นสำคัญคือกลิ่นอายของปีกคู่นี้เป็นกลิ่นอายที่เยี่ยนอวี๋คุ้นเคย มันคือลูกน้องเก่าของนาง