อินหลิวเฟิงที่ส่งบิดากลับไปแล้วก็รู้สึกตงิดใจ “ท่านพ่อของข้าเหตุใดจึงทำตัวลึกลับนัก แววตาของเขาก็ดูประหลาดราวกับเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ”“ที่ไหนกันขอรับ” เอ้อร์เหมาไม่คิดว่าท่านอ๋องของตนผิดปกติ“ท่านอ๋องมองนายท่านน้อยด้วยสายตาเช่นนั้นตลอดมา เหมือนกับแสดงความห่วงใยต่อเด็กที่พิการทางสมอง”อินหลิวเฟิงสีหน้าพลันเปลี่ยน เขาไม่สามารถอภัยให้ลูกน้องคนนี้ได้อีกแล้ว เขาต้องชำระสำนักแล้ว!ทว่าอินหลิวเฟิงยังไม่ทันลงมือ เยี่ยนอวี๋ก็ถามขึ้นว่า “โยวตูมีแผนเตรียมการจัดการตระกูลเฉามานานแล้วหรือ”“ยังไม่ใช่หรอก” อินหลิวเฟิงตอบตามความเป็นจริง “ถึงแม้พวกเราโยวตูตรวจพบแล้วว่าตระกูลเฉาและคุนอู๋ร่วมมือกับคุนอู๋ลับๆ แต่เราไม่มีหลักฐาน อีกทั้งถึงมีหลักฐาน โยวตูก็ไม่สามารถลงโทษตระกูลเฉาซึ่งหน้าได้ แม้เป่ยเหาจะอยู่ใต้การปกครองของตระกูลอินแต่ผู้ปกครองของแต่ละแว่นแคว้นก็ต้องขึ้นตรงต่อราชสำนัก สำนักคุนอู๋มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับราชสำนัก ดังนั้น…” เมื่อพูดถึงตรงนี้อินหลิวเฟิงก็ไม่ได้พูดต่อไป เขาเพียงแค่ส่งสายตาเป็นสัญญาณว่า‘เจ้ารู้ดีอยู่แก่ใจ’ ให้เยี่ยนอวี๋
เยี่ยนอวี๋ก็เข้าใจดี แต่นางกลับยิงคำถามที่เฉียบคมกว่าเดิมว่า“ผู้ปกครองแต่ละแว่นแคว้นเผชิญปัญหาเดียวกันหมดเลยหรือไม่”…อินหลิวเฟิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างไร้หนทางว่า “กูไหน่ไน เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว!”“เฮอะ” เยี่ยนอวี๋พ่นหัวเราะเบาๆอินหลิวเฟิงถอนหายใจพลางโบกมือส