ใจเอาไว้
“ขอบคุณพี่เม่ยเอ๋อร์” เอ้อร์เหมาทำท่าปาดเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริง ก่อนจะกล่าวอย่างหมดคำพูดว่า “นี่มันคนบ้าตระกูลไหนกัน ทำเอาข้าตกใจหมด”“…” อินหลิวเฟิงไม่อยากจะดูเลย เขาอยากจะถีบองครักษ์ขี้ขลาดคนนี้เสียที ช่าง…น่าอายนัก!“พวกเจ้าบังอาจนัก! บังอาจทำร้ายคนของข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร” เมื่อนางคนนั้นเห็นลูกน้องของตนเองถูกถีบจนกระเด็นออกไปก็เปิดเผยตนเองด้วยอารมณ์เดือดดาล “ตัวข้าคุณหนูสามตระกูลเฉาแห่งเป่ยเหา!”เมื่อสิ้นเสียง คุณหนูสามตระกูลเฉาที่รอให้เยี่ยนอวี๋และคนอื่นๆคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตก็จ้องไปที่รถม้าของเยี่ยนอวี๋เขม็ง น่าเสียดาย… สิ่งที่ขานตอบคุณหนูสามตระกูลเฉามีเพียงสายตาอันเยือกเย็นของเม่ยเอ๋อร์และเอ้อร์เหมาที่ลงจากรถม้าไปรายงานตัวครั้นฝ่ายหลังยื่นตราผ่านทาง ทหารหน้าประตูเมืองก็คุกเข่ากันเป็นแถบทันที “ยินดีต้อนรับนายท่านน้อยขอรับ!”“ยินดีต้อนรับนายท่าน้อยขอรับ!” ทหารเฝ้าประตูเมืองด้านบนต่างพากันคุกเข่าลงเสียงขานเรียก ‘ยินดีต้อนรับนายท่าน้อยขอรับ!’ ที่ดังขึ้นทำเอาคุณหนูสามตระกูลเฉาตกตะลึง คนใช้สองสามคนของนางก็ตั้งสติขึ้นได้และรีบรายงานนางว่า “คุณหนูสาม นี่… นี่มันรถม้าของนายท่านน้อยโยวตู!”
“…”คุณหนูสามตระกูลเฉาสีหน้าเริ่มซีดเผือด แขนขานางอ่อนระทวยไปหมด ถึงแม้นางป่าวประกาศไปแล้วว่าตนเป็นคนตระกูลเฉาอันมีชื่อเสียง ทว่าตระกูลโบราณเช่นตระกูลเฉาและตระกูลอินแห่งโยวตูเทียบกันไม่ไ