ากฏการณ์นี้ก็ทำให้กองทัพราชสำนักที่เข้ามาในเขตชางอู๋แล้วเห็นในทันที แม่ทัพเฉินคั่วโบกส่งสัญญาณให้หยุดเคลื่อนทัพทันทีและถามหยางเทียนชื่อที่อยู่ด้านข้างว่า “เจ้าสำนักหยางรู้หรือไม่ว่านั่นคืออะไร”“เยี่ยนหงชวนกำลังเลื่อนขั้น” หยางเทียนชื่อพูดถูกแล้ว เพราะว่าเขาและเยี่ยนหงชวนเป็นศิษย์ในสำนักศึกษารุ่นเดียวกัน อีกทั้งต่อมาทั้งสองได้เป็นเจ้าสำนัก เคยคลุกคลีกันไม่น้อยจึงถือว่า ‘รู้จัก’ กันพอตัว“นี่ไม่น่าจะเป็นการเลื่อนขั้นธรรมดาๆ” แม้เฉินคั่วไม่ใช่ผู้อัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ แต่เขาก็เป็นผู้ฝึกฌานขั้นวิญญาณปฐมภูมิจึงมีความรู้ไม่น้อย
“ไม่เสมอไป” หยางเทียนชื่อกล่าว “ท่านแม่ทัพเฉินไม่ทราบว่าปรมาจารย์วิญญาณของสำนักชางอู๋นั่นเปลี่ยนไปแล้ว มันไม่เพียงงอกเงยแล้ว ยังนำมาซึ่งวิญญาณหงส์เพลิงด้วย ข้าคิดว่านี่คงเป็นเพราะการเลื่อนขั้นของเยี่ยนหงชวนปลุกเร้าปรมาจารย์วิญญาณสำนักชางอู๋จึงก่อเกิดความเคลื่อนไหวใหญ่โตเช่นนี้ ในครานั้นที่องค์จักรพรรดิเลื่อนขั้นเป็นผู้อัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ในตำนานและความสามารถขั้นถอดจิตพร้อมกัน จึงเคยเกิดปรากฏการณ์ใหญ่โตเช่นนี้”“… ก็ใช่” เฉินคั่วจำเหตุการณ์ในปีนั้นได้ เขาจึงเห็นด้วยกับคำพูดของหยางเทียนชื่อในเมื่อทั่วทั้งต้าซย่ารู้ว่าองค์จักรพรรดิต้าซย่าของพวกเขามีพรสวรรค์ล ้าเลิศ จักรพรรดิหยวนคังที่อายุน้อยเช่นนี้ได้เป็นผู้อัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ในตำนานเมื่อนานมาแล้ว พลังกายก็เข้าขั้นถอดจิต