เหล่าชั้นผู้ใหญ่สำนักชางอู๋และอินหลิวเฟิงเงยหน้ามองเยี่ยนอวี๋ที่เก็บถ้วยจ่านเพลิงสีม่วงไว้แล้วด้วยความเทิดทูน
“นี่มัน นี่มัน…” ประมุขหอสัตว์บรรพกาลพูดตะกุกตะกัก ผ่านไปนานก็มิอาจเรียบเรียงคำพูดที่แสดงความตะลึงของเขาออกมาได้“แม่เจ้า!” อินหลิวเฟิงเป็นคนแรกที่แสดงความตะลึงออกมาด้วยคำพูดที่ตรงไปตรงมาและ ‘ไร้วัฒนธรรม’ ที่สุด แต่กลับแทนความรู้สึกในใจทุกคนได้อย่างดี นอกจากคำพูดนี้แล้ว พวกเขาก็ไม่รู้ว่าควรแสดงออกอย่างไรอีก เรื่องนี้มันช่าง… แม่เจ้า!ส่วนเยี่ยนชิงที่เพิ่งตั้งสติได้ เขาก็ถามอย่างนอบน้อมว่า “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ นะ…นี่คือถ้วยจ่านเพลิงสีม่วง ศาสตราเวทในตำนานหรือ”“อืม” เยี่ยนอวี๋พยักหน้า ก่อนจะยื่นถ้วยจ่านเพลิงสีม่วงที่ย่อขนาดเท่าครึ่งฝ่ามือให้เยี่ยนชิง “ข้าไม่ได้ใช้ ให้ท่านพ่อเก็บไว้ใช้เถิด”“ว่าไงนะ” เยี่ยนชิงเบิกตาโพลง แต่ก็มิได้ปล่อยหลานชายน้อยที่อยู่ในอ้อมอกหลุดมือเพราะความตกใจในความเป็นจริงแล้ว ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แม้เยี่ยนชิงจะ‘ตกใจ’ มานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าเขาก็อุ้มตัวน้อยไว้แน่น เยี่ยนชิงในตอนนี้จึงยื่นมือออกไปอย่างเงอะงะ ในขณะที่เขาอยากจะลูบถ้วยจ่านเพลิงสีม่วงก็ยื่นเยี่ยนเสี่ยวเป่าออกไปด้วย เขาจึงเพิ่งนึกได้ว่าตนเองยังอุ้มหลานชายน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่!
จากนั้น เยี่ยนชิงก็อุ้มเยี่ยนเสี่ยวเป่ากลับมาไว้ในอ้อมอก ก่อนจะพูดขึ้นว่า “มิต้องให้หรอก พ่อเองก็ไม่ได้ใช้ เจ้าเก็บไว้ป้องกั