อินหลิวเฟิงตะลึงงันกับพฤติกรรมของวิหคสุริยัน “เกิดอะไรขึ้นเหตุใดหนีกลับไปเล่า!?”“เพราะว่าวิหคสุริยันสัมผัสถึงอันตรายข้างหน้า มันต้องการพาพวกเราหลีกหนีอันตราย” กู้หยวนหมิงตอบอย่างหนักแน่น ก่อนจะเดินออกไปนอกเกี้ยวและมองไปทางทิศตะวันออกอันที่จริงพวกเขาในบัดนี้กำลังจะถึงเมืองชางอู๋แล้ว วิหคสุริยันจึงสัมผัสถึงภัยคุกคามจากผีเสื้อราตรีแดนนรกเยี่ยนจื่อเสาก็สัมผัสได้แล้วเช่นกัน เขาจึงพูดตัดสินใจว่า “ข้าขอไปที่นั่นก่อน! ศิษย์น้องเจ้า…”เยี่ยนจื่อเสายังไม่ทันพูดจบก็เห็นน้องเล็กของเขาติดยันต์ไว้บนลำตัวของวิหคสุริยันที่กำลังหนีกลับไป จากนั้นวิหคสุริยันก็เลี้ยวกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะบินไปทางสำนักชางอู๋ต่อไป…ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในชั่วพริบตา อีกทั้ง…หวีด!วิหคสุริยันที่ส่งเสียงร้องอีกครั้งบินไปทางสำนักชางอู๋ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม ราวกับว่าการหนีเตลิดเมื่อครู่นี้เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น
“นี่มัน… เจ้าติดยันต์อะไรให้มันหรือ” อินหลิวเฟิงถามด้วยความไม่รู้ เขามองไปที่เยี่ยนอวี๋ “หรือว่าเป็นยันต์เสริมความกล้าหาญ”กู้หยวนหมิงก็สงสัยเช่นกัน แม้แต่ไก่อ่อนตระกูลชือที่ตั้งหน้าตั้งตาเขียนยันต์อยู่ก็จ้องไปที่ยันต์ที่ติดอยู่บนตัวของวิหคสุริยันอย่างเหม่อลอย เขาไม่เพียงสัมผัสถึงลมปราณแห่งเพลิงไฟ แต่ยังสัมผัสถึงคลื่นพลังจิตอันมหัศจรรย์ด้วย“ประมาณนั้น” เมื่อเยี่ยนอวี๋ตอบด้วยน ้าเสียงราบเรียบแล้ว นางก็ตำหนิวิห