ูกสำนักชางอู๋อีก เขาคัดค้านความคิดของปู่เย่าเหลียนและวั่วปู้เหลยที่ให้จู่โจมด้วยการสร้างค่ายกลทะลวงอากาศธาตุสองลักษณ์อีกครั้ง“เราไม่รู้ว่าหงส์เพลิงตัวนั้นจะปรากฏตัวอีกคราหรือไม่ หากมันปรากฏขึ้นอีก แม้ค่ายกลของเราจะแข็งแกร่งขึ้นสิบเท่าก็ไร้ประโยชน์!” หยางเทียนชื่อพูดพลางรักษาตัวเองในขณะเดียวกัน หยางชีฮั่นผู้อาวุโสสิบหกแห่งสำนักคุนอู๋ที่นำกองหนุนสองหมื่นมาช่วยเหลือนั้นก็ลอบพยักหน้าอย่างเห็นด้วยถึงแม้เขาไม่ได้เข้าร่วมศึกก่อนหน้านี้ ทว่าเขาเองก็สัมผัสถึงอานุภาพของหงส์เพลิงตัวนั้นแล้ว! ถึงแม้ในยามนั้นเขายังอยู่ห่างจากที่นี่มากแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการตัดสินของเขา เมื่อเขามาถึงที่ เขาก็ยิ่งมั่นใจในการตัดสินใจของตนเองหยางชีฮั่นรู้ดีว่าท่านประมุขสำนักสูงสุด ผู้พิทักษ์ธาตุไฟ ธาตุสายฟ้าและกองกำลังใต้บังคับบัญชาหนึ่งหมื่นนายแข็งแกร่งเพียงใดทว่าการต้านทานการโจมตีครั้งนี้ต้องแลกด้วยการที่ผู้อาวุโสแปดถูกลักพาตัวและยังต้องสูญเสียกองกำลังถึงเจ็ดแปดส่วน
นี่คือความสามารถเช่นใดกัน หยางชีฮั่นยอมประเมินพวกเขาสูงเกินไปดีกว่าดูแคลนพวกเขา เพราะจุดจบของการดูแคลนศัตรูในสนามรบมีเพียงสิ่งเดียวคือ ตาย!“เช่นนั้นทำอย่างไรดี จะยอมแพ้หรือ” ปู่เย่าเหลียนและวั่วปู้เหลยเข้าใจสถานการณ์ดี แต่พวกเขาไม่อยากยอมจำนนไม่เพียงพวกเขาที่ไม่ยอม หยางเทียนชื่อเองก็ไม่ยอมเช่นกัน! จะให้ยอมได้อย่างไร ในเมื่อสำนักคุนอู๋ส่งยอดผู้พิทักษ