เยี่ยนเสี่ยวเป่ายิ่งคิดยิ่งสับสน… แต่ก็มิได้ทำให้เขาหยุดกิน เขาร้องไห้จนหิวแล้วจริงๆ“ข้าคิดออกแล้ว!”ศิษย์ตระกูลชือที่ครุ่นคิดอย่างหนักมาตลอดจู่ๆ ก็พูดขึ้นมาทำให้เสี่ยวเป่าที่กำลัง ‘ครุ่นคิด’ อยู่เช่นกันสะดุ้งตกใจเยี่ยนอวี๋ก้มจูบศีรษะเด็กน้อยเบาๆ เพื่อปลอบเขาทันที จากนั้นก็กวาดตามองไปที่ศิษย์ตระกูลชือคนนั้นด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนัก แต่คนคนนั้นกลับไม่รู้สึกตัว เขาหยิบพู่กันที่เยี่ยนอวี๋ใช้เขียนยันต์ก่อนหน้านี้ขึ้นมา ก่อนจะจรดพู่กันและลากลายเส้นทันที! ต้าซือมิ่งที่คอยติดตามอยู่นั้นก็อดขมวดคิ้วเรียวยาวไม่ได้…“เขียนอะไรน่ะ” อินหลิวเฟิงก็มองไปที่เขาทันทีผ่านไปครู่หนึ่ง คำว่า ‘ไฟ’ ก็ปรากฏบนกระดาษ โดยฝีมือศิษย์ตระกูลชือคนนั้นและตัวอักษร ‘ไฟ’ ตัวนี้ก็ยังเต็มไปด้วยพลังวิญญาณธาตุไฟแสนวิเศษ ถึงแม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่ก็ทำให้เยี่ยนอวี๋พึงพอใจมากแล้วแต่เนื่องจากคนคนนี้ทำให้เสี่ยวเป่าตกใจ… ครั้นศิษย์ตระกูลชือถือกระดาษคำว่า ‘ไฟ’ ไว้และมองเยี่ยนอวี๋ตาปริบๆ นางจึงตอบอย่างเย็นชาว่า “พอใช้ได้”
ศิษย์ตระกูลชือพูดตะกุกตะกัก “เช่น…เช่นนั้น ข้า…ข้าถือว่าผ่านหรือไม่ขอรับ”“เขียนต่อไปจนกว่าข้าจะพอใจ” เยี่ยนอวี๋ตอบ“ได้ขอรับ! ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!” ศิษย์ตระกูลชือย่อมมิกล้าโต้เถียงอันที่จริงสำหรับเขาในตอนนี้แล้ว เยี่ยนอวี๋คือสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวกว่าผู้แข็งแกร่งลัทธิเซิ่งเหลียน เยี่ยนอวี๋พูดสิ่งใด เขามิกล้าเห็นต่าง ยิ่งม