้าง แต่เมื่อตรองดูดีๆ ก็กำหมัดแน่น แววตามุ่งมั่น “ท่านอาจารย์ ศิษย์มั่นใจว่าสู้ไหวขอรับ!”
จางอวิ๋นคลี่ยิ้มบางๆ แล้วหันไปมองสวีหมิง
สวีหมิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงขึงขัง “ท่านอาจารย์ ศิษย์รู้สึกว่าสามารถเรียกขานเงาร่างเมื่อครู่ออกมาได้อีกครั้งขอรับ!”
“โอ้?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วสูง ออกคำสั่งทันที “ลองดูซิ!”
สวีหมิงพยักหน้ารับคำ แล้วหลับตาลงรวบรวมสมาธิฉับพลัน
รอบกายของเขาพลันปรากฏไอวิญญาณมังกรทองลอยฟุ้งตลบ กลิ่นอายแห่งราชันย์มังกรค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากจางๆ จนเข้มข้นถึงขีดสุด
“โฮก—!!”
เพียงไม่กี่ลมหายใจ สวีหมิงก็เงยหน้าคำรามก้องดุจมังกรหนุ่มผู้เกรียงไกร
เงาร่างมังกรทองที่เปี่ยมไปด้วยบารมีอำนาจกดดันปฐพีปรากฏขึ้นบนตัวเขาอีกครา แม้จะยังดูเลือนรางดั่งภาพฝัน แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมากลับทำให้อากาศในรัศมีร้อยเมตรหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก มดแมลงในบริเวณนั้นถึงกับถูกแรงกดดันนี้บดขยี้จนร่างแหลกเหลวตายคาที่!
“สวรรค์ช่วย!”
อู๋เสี่ยวพั่งเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตะลึง
เขาคิดว่าเพียงแค่ตัวเองดูดซับพลังได้ก็วิเศษแล้ว มิคาดคิดเลยว่าศิษย์พี่จะก้าวหน้าถึงขั้นอัญเชิญเงาร่างเทพเจ้าออกมาใช้งานได้เยี่ยงนี้
ศิษย์พี่ช่างเหนือล้ำจินต