กไปแล้วจริงๆ“ทำอย่างไรดีเล่า” ประมุขหอสัตว์บรรพกาลอดถามขึ้นไม่ได้“หรือว่าจะปล่อยให้พวกเขาโอหังเช่นนี้”“ไม่เช่นนั้นเล่า” ประมุขหอราชทัณฑ์ถามกลับอย่างหมดหวัง“ถึงแม้เราใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ความจริงก็พิสูจน์แล้วว่า พลังของเรามิอาจสู้สำนักคุนอู๋ได้”“ผู้ใดจะไปคิดว่าสำนักคุนอู๋จะส่งผู้พิทักษ์ธาตุไฟและธาตุสายฟ้ามา พวกเขามีผู้พิทักษ์ทั้งหมดเพียงแปดนาย แต่ถึงกับส่งผู้พิทักษ์สองนายมาสำนักชางอู๋ มองเราไว้สูงส่งเสียจริงๆ” ผู้อาวุโสรองอยากจะสะอื้นไห้นี่คืออุปสรรคที่ไม่มีผู้น้อยใหญ่สำนักชางอู๋คนใดคำนึงถึง พวกเขาเคยคิดถึงสถานการณ์ย ่าแย่ที่สุด อย่างมากที่สุดก็แค่ถูกทหารประจำการราชสำนักปิดล้อม แต่ตอนนี้กลับเป็นผู้พิทักษ์ของสำนักคุนอู๋และกองกำลังทหารใต้บังคับบัญชาแนวหน้าคุนอู๋ที่นำทัพมา!
นี่มันทหารคนละชั้นกันชัดๆ มารดามันเถอะ!โดยพื้นฐานแล้วทหารประจำการราชสำนักมาจากคนสามัญชนแต่กองกำลังทหารใต้บังคับบัญชาแนวหน้าคุนอู๋เป็นผู้ฝึกฌานทั้งนั้นมารดามันเถอะ!…“ไร้หนทางสู้แล้ว เมื่อเกราะคุ้มกันแตก เกรงว่าเราคงต้องยอมแพ้ทันที” ประมุขหอโอสถเสนอแนวทางอย่างสมเหตุสมผล โดยยึดถือผลกระทบที่ทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตน้อยที่สุด“เกรงว่าจะทำได้เพียงเช่นนี้แล้ว” ผู้อาวุโสรุ่นก่อนที่รีบออกมาไม่น้อยต่างก็แสดงความหดหู่ใจ เกรงว่านี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่มีความทะเยอทะยาน แต่สถานการณ์เลวร้ายจริง