อินหลิวเฟิงและกู้หยวนหมิงต่างมองข้อความตรงหน้าที่ส่งมาจากเม่ยเอ๋อร์อย่าไม่อยากจะเชื่อนัก พวกเขาพูดขึ้นแทบจะในเวลาเดียวกันว่า “สำนักคุณอู๋ไร้ยางอายเช่นนี้เลยหรือ”ถึงแม้ทุกคนรู้ว่า สำนักคุนอู๋คอยจับจ้องสำนักชางอู๋อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสำนักชางอู๋แต่เดิมเป็นผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่ถูกตัดชื่อออกจากสำนักคุนอู๋ทว่าผู้อาวุโสท่านนี้กลับเป็นยอดคน หลังจากที่ถูกตัดชื่อออกแล้ว เขาไม่เพียงสร้างวิชาลับชางอู๋แห่งต้าเซี่ยอันเลื่องชื่อ เขายังก่อตั้งสำนักชางอู๋ขึ้น และผลักดันส่งเสริมให้สำนักชางอู๋กลายเป็นหนึ่งในเจ็ดสำนักที่ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ต้าเซี่ย ในขณะที่สำนักคุนอู๋ยังมิสามารถทำได้บัดนี้ หลังจากผ่านไปหลายปี หลังจากที่บรรพบุรุษยอดคนของสำนักชางอู๋ท่านนั้นจากไป นอกจากสำนักคุนอู๋จะนั่งไม่ติดแล้ว ยังหน้าด้านส่งผู้มีความสามารถขั้นถอดจิตมาเช่นนี้อีก…“ข้าจำได้ว่า ราชสำนักมีกฎว่า ผู้แข็งแกร่งขั้นถอดจิตมิสามารถลงมือได้ หากไม่มีคำบัญชาเบื้องบนมิใช่หรือขอรับ” เอ้อร์เหมาถามด้วยความงุนงง“จึงบอกว่าสำนักคุนอู๋ไร้ยางอายอยู่นี่ไงเล่า” อินหลิวเฟิงไม่คิดเลยว่า สำนักคุนอู๋จะใช้วิธีน่าอายเช่นนี้เพื่อแย่งชิงวิชาลับชางอู๋
ทว่า เยี่ยนอวี๋กลับพูดอย่างนิ่งเรียบว่า “เขาอาจจะได้รับราชโองการจากจักพรรดิก็เป็นได้”เมื่อคิดถึงสิ่งที่ท่านพ่อใจเปราะและเยี่ยนจื่ออวี๋ต้องเจอในชีวิตที่แล้ว เยี่ยนอวี๋ก็มั่นใจว่า การกระท