เล่มใหญ่ที่ฟันลงไปบนมงกุฎวิญญาณสัตว์ร้ายของเขานั้น กลับไม่มีร่องรอยเสียหายเหมือนเจ้าของดาบเลย“เป็นไปได้อย่างไร” หยางเทียนชื่อตกใจ “มงกุฎของสัตว์ประหลาดโอวปาซือ สามารถกัดกร่อนของวิเศษทุกสิ่งได้! นี่มัน…”อย่าว่าแต่หยางเทียนชื่อที่ตกใจเลย แม้แต่สัตว์ประหลาดที่เขาเรียกว่าโอวปาซือ ดวงตาสีแดงคู่นั้นของมันก็ปรากฏความตระหนกเช่นกัน ทว่ามันมีไหวพริบมากกว่าหยางเทียนชื่อ มันพุ่งกรงเล็บออกไปทางมนุษย์ที่ฟันมงกฏของมัน ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบแต่แล้ว…ฟั่บ!
ฟั่บๆ !… ท่าต่อสู้มากมายที่สัตว์ประหลาดโอวปาซือปล่อยออกไปอย่างต่อเนื่องนั้น ถูกเม่ยเอ๋อร์ใช้ดาบเล่มใหญ่ฟันขาดหมด อีกทั้งนี่ถือว่าไม่เท่าไร สิ่งที่ทำให้หยางเทียนชื่อหวาดหวั่นคือ พลังการต่อสู้ของเม่ยเอ๋อร์ทั้งกระบวนการนี้ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง! นี่มัน… ให้ตาย… หน้าชาไปเลย…“เกิดอะไรขึ้น” หยางเทียนชื่อผู้นิ่งสงบได้ทุกสถานการณ์มานานหลายปีแล้วก็ไม่อาจทำใจให้สงบได้อีก เม่ยเอ๋อร์ที่กำลังต่อสู้อยู่พลันแยกพลังส่วนหนึ่งออกเป็นแสงสีรุ้งพุ่งไปทางทิศตะวันตกเมื่อเม่ยเอ๋อร์สัมผัสได้ว่าศัตรูที่มานี้ไม่ธรรมดาจึงคิดจะส่งข่าวไปให้เยี่ยนอวี๋ ทว่าสัตว์ประหลาดที่สู้กับนางก็เหวี่ยงหางออกไปทางแสงสีรุ้งที่พุ่งหายไปด้วยความไวแสงแต่เม่ยเอ๋อร์ที่ระวังตัวไว้แต่แรกอยู่แล้ว นางพลันปรากฏตัวหน้าแสงสีรุ้งราวกับผีสาง พร้อมกับมือที่จับหางของสัตว์ประหลาดโอวปาซือไว้หมับ ขัดขวางกา