ครืน!ในชั่วขณะที่หยางเทียนชื่อมาเยือนเมืองชางอู๋นั้น เขายังสังเวยศาสตราเวทโบราณคล้ายดอกปทุมเพื่อปิดเมืองชางอู๋ไว้หมดแล้วทั้งเมืองชางอู๋ตกอยู่ในสถานะถูกปิดตายทั้งหมด ชาวบ้านที่เตรียมตัวจะออกจากเมืองต่างก็ยืนขวางอยู่หน้าประตูเมือง เดินออกไปไม่ได้เลยความโกลาหลจึงบังเกิดทั้งประตูทิศใต้และทิศเหนือ “เกิดอะไรขึ้น”“นี่มัน นี่มันเรื่องอะไรกัน! ข้าเจอผีรึอย่างไร” จ้าวเหล่าลิ่วพยายามหลายหนก็มิสามารถออกจากประตูเมืองไปได้ เขารู้สึกเพียงเสียวสันหลังวาบชาวเมืองข้างกายที่เดินออกจากประตูเมืองมิได้เช่นกันก็อดพูดขึ้นไม่ได้ว่า “จ้าวเหล่าลิ่ว! เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญฌานมิใช่หรือ ยังกลัวเจอฝีหรือไง อ้อ ไม่สิ เจ้าก็ออกไปไม่ได้รึ”“ใช่สิ! พวกเจ้ารอประเดี๋ยว ข้าขอลองท่าอกมหาประลัยที่เพิ่งเรียนมาดู!” จ้าวเหล่าลิ่วพูดพลางก็ทุบหน้าอกตนเอง วงแสงสีแดงที่ดูงดงามสำหรับคนธรรมดาพลันระเบิดไปข้างหน้า
ร่างกายจ้าวเหล่าลิ่วอ่อนแรงลงไม่น้อย ทว่าเขายังคงมีสติดี พูดว่า “คอยดูเถอะ! ข้าจะพาพวกเจ้าออกไปเดี๋ยวนี้! แล้วอย่าลืมเรียกข้าว่านายท่านด้วย หยุดเรียกว่าจ้าวเหล่าลิ่ว จ้าวเหล่าลิ่วอยู่นั่นเสียที”“ได้ๆๆ!” ชาวเมืองไม่คิดถือสาแม้แต่น้อยแต่แล้ว ในขณะที่จ้าวเหล่าลิ่วผู้เย่อหยิ่งเดินท่าปูเดินออกไปอย่างกล้าหาญ เขาก็เด้งกลับมาล้มลงในหมู่คน…“ยังไม่ได้อยู่ดีนี่!” ชาวเมืองจึงรู้สึกถึงความผิดปกติเหล่าผู้ลาดตระเวนที่มาเพราะความอลหม่านที่เกิด