วเฟิงในฐานะผู้ที่เคยเป็นแพะรับบาป เขายังคงตื่นตัวอยู่เสมอ “ข้ามักจะมีลางสังหรณ์ไม่ดี ชุนซิ่นจวิน เราจะไม่ถูกมองว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่าชือหมิ่นซิงใช่หรือไม่”“ถึงจะเป็นอย่างนั้น ลัทธิเซิ่งเหลียนจะทำอะไรได้ พวกเขากล้าลงมือฆ่าบุตรชายของผู้มีอำนาจแห่งต้าซย่า กับบุตรชายคนโตของสกุลกู้หรือ” กู้หยวนหมิงกล่าวอย่างไม่แยแส“…เอาเถอะ เจ้าวิเคราะห์เช่นนี้ก็ถูก” อินหลิวเฟิงเห็นด้วยกับคำพูดของกู้หยวนหมิง แต่ทำไมเขาถึงต้องเป็นแพะรับบาปล่ะ เขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ นะ!แต่ไม่ว่าอินหลิวเฟิงจะคิดอย่างไร กู้หยวนหมิงผู้ซึ่งไม่เห็นลัทธิเซิ่งเหลียนอยู่ในสายตาได้ถามขึ้นว่า “แม่นางเยี่ยนน่ะ นางเข้าไปแล้วหรือ”“เอ๋?” อินหลิวเฟิงกะพริบตาอย่างคนแกล้งโง่ “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”กู้หยวนหมิงอดไม่ได้อีกครั้ง กลอกตาอย่างสง่างาม “ไม่มีใครบอกเจ้าหรือว่าตอนที่เจ้าแสร้งทำเป็นโง่ ท่าทางเหมือนองครักษ์ของเจ้ามากเลย” ดูโง่มาก!“ข้าเปล่า ข้าไม่ได้…ข้าไม่รู้จริงๆ” อินหลิวเฟิงปฏิเสธไม่ยอมรับแม้ว่าเขาจะรู้ว่าถึงยอมรับไปก็ไม่สำคัญ แต่ในเมื่อทุกคนไว้วางใจเขามาก เขาก็ไม่ควรพูด
กู้หยวนหมิงพูดไม่ออกจริงๆ แต่ไม่ว่าเขาจะรู้ความจริงหรือไม่ก็ตาม เขาก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือรออยู่ที่นี่ และคอยดูว่าเมื่อคุณหนูใหญ่เยี่ยนออกมาแล้วจะเป็นอย่างไรส่วนความคิดที่จะบุกเข้าไปหยิบฉวยอะไรออกมานั้นก็ลืมไปเสียเถอะ ชือหมิ่นซิงได้ใช้ชีวิตของเขาอธิบายผ