รั้งเล่า จนกระทั่งมันนอนนิ่งไม่ไหวติงกุ๊กๆ บรรดา ‘ไก่อ่อน’ ด้านหลังที่พยายามต่อสู้จนสุดความสามารถตลอดเวลาทำได้เพียงดู ‘สาวใช้’ ทุบตีมังกรทอแสงอย่างบ้าคลั่งด้วยความเคารพยำเกรงอึก อึก! อึก…มังกรทอแสงที่ส่งเสียงร้องตลอดเวลา ถูกทุบตีจนกระทั่งเปลวไฟดับไปนานและกำลังจะตาย เยี่ยนอวี๋จึงกล่าวว่า“พอแล้ว”ตุบ! เม่ยเอ๋อร์ทุบอีกครั้ง แล้วจึงชักมือกลับพร้อมกับส่งเสียงหึอย่างเย็นชา แล้วกลับมาอยู่ข้างกายเยี่ยนอวี๋เช่นเดิม
และมังกรทอแสงตนนั้น เป็นธรรมดาที่มันจะ ฟิ้ววว วิ่งหนีไปโดยไม่รีรอ! มารดามันเถอะ! ขืนไม่วิ่งหนีในเวลานี้แล้วจะหนีเวลาใดบัดซบ…น่ากลัวยิ่งนัก! ลูกน้อยเจ็บเหลือเกิน…ฮึกฮือๆ…คลับคล้ายคลับคลาว่ามังกรทอแสงจะวิ่งไปร้องไห้ไปมันทำให้อินหลิวเฟิงและคนอื่นๆ จินตนาการไปไกล พวกเขาต่างก็คิดว่า ที่แท้มังกรทอแสงก็ร้องไห้เป็นหรือนี่อย่างไรก็ตาม มีศิษย์หญิงของสำนักเหยาไถเซียนคนหนึ่ง นางสังเกตเห็นสิ่งที่ ‘ไม่ถูกต้อง’ ได้อย่างรวดเร็ว เอ่ยถามโดยไม่รู้ตัวว่า“ทำไมถึงปล่อยมันไป! รีบไปจับมันกลับมาสิเจ้าคะ!”“ถูกต้อง! เช่นนั้น…” ศิษย์หญิงอีกคนของสำนักเหยาไถเซียนรีบกล่าวคล้อยตามอย่างเห็นด้วยกู้หยวนหมิงตำหนิทันที “หุบปาก! พวกเราอยู่ในฐานะใดความสามารถเช่นไร มีสิทธิ์อะไรไปบงการผู้แข็งแกร่งกัน”“พวก…พวกเรา…” ลูกศิษย์หญิงเหยาไถเซียนลนลานรีบคุกเข่าลงกับพื้น แม้ในใจจะรู้สึกไม่พอใจ แต่พวกนางยังพอมีสมองคำนึงถึงความแข็งแ