ม่านวงแหวนทั้งวงคลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะสั่นอยู่รำไร ผู้ที่อยู่ภายนอกไม่สามารถสัมผัสได้ แต่เยี่ยนอวี๋ที่อยู่ในวงแหวนสัมผัสได้ด้วยเหตุนี้นางจึงเปิดม่านรถ พลางแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า“โอ้โห!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าชูศีรษะโล้นมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ทั้งยังยกมืออันอ้วนป้อมขึ้นอย่างยากลำบาก พยายามชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า“อ้ะเนะเนะ?” คล้ายกลิ่นอายของท่านพ่อรูปงามเลย?“เจ้าก็สัมผัสได้เหมือนกันหรือ” เยี่ยนอวี๋ลูบศีรษะของลูก ในใจเกิดความระแวดระวังขึ้นหลายส่วน ดูเหมือนว่าจะมีพลังที่แข็งแกร่งกำลังพุ่งความสนใจที่แห่งนี้“สัมผัสได้ถึงอะไรหรือ” อินหลิวเฟิงผู้ที่สับสนมาตั้งแต่ต้น เขายังคงเป็นเด็กดีที่ตั้งคำถามทันทีที่ไม่เข้าใจ จะเลอะเลือนเช่นนี้ไม่ได้อีกเยี่ยนอวี๋กลับไม่ได้ปิดบัง “มีขุมพลังพุ่งความสนใจมาที่มังกรทอแสงกับตำหนักไท่ชาง”“เป็นต้าซื่อมิ่ง?” อินหลิวเฟิงเอ่ยทันควัน คราวนี้เขากลับมีปฏิกริยารวดเร็ว ทั้งยังพูดตรงประเด็นความเป็นจริง“ต้าซือมิ่ง?” เยี่ยนอวี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย “หรงซือมิ่งผู้ชอบยุให้รำตำให้รั่ว ใช้อำนาจบาตรใหญ่อยู่ที่ตี้ชิวน่ะหรือ”
“ท่านรู้จักเขาด้วย!” อินหลิวเฟิงคิดไม่ถึงว่าคุณหนูใหญ่เยี่ยนผู้นี้จะสนใจท่านผู้นั้น ดูท่าคงจะมิใช่ไม่ขลาดเขลาและหวาดกลัวจริงๆแน่นอน อินหลิวเฟิงไม่กล้าพูดประโยคสุดท้ายที่อยู่ในใจออกมาเขาพูดต่อไปว่า “เป็นเขาจริงๆ อีกอย่างข้าคิดว่าเขาเคยอยู่ในเขตหวงห้ามของสำนักชางอู๋ของพวกท่าน