รถม้าของพวกเยี่ยนอวี๋ถูกล้อมเอาไว้อย่างรวดเร็ว ส่วนอินหลิวเฟิงก็ล้มตัวลงบนพรมอ่อนนุ่มในรถม้า ทั้งยังกลอกตามองบนใส่ท้องฟ้า เขารู้อยู่แล้วว่า จะ! ต้อง! เป็น! เช่น! นี้!“นายน้อย ทำเช่นไรดีขอรับ” เอ้อร์เหมาถามความเห็นจากนายน้อยตนเองอย่างรวดเร็วอินหลิวเฟิงอยากจะค่อนแคะเขามากว่าเหตุใดตอนที่เกิดเรื่องเจ้าโง่ที่ทำตัวเกลือเป็นหนอนเช่นเจ้าถึงไม่ถามความเห็นของคุณหนูใหญ่เสียเล่า มาถามนายน้อยของเจ้าทำไมกันแต่คิดก็ส่วนคิด อินหลิวเฟิงยังคงเลิกม่านขึ้นอย่างอดทนกล ้ากลืน กวาดตามองไปทางกลุ่มคนสำนักคุนอู๋ทั่วทุกด้านครั้งหนึ่ง ก็พบ‘คนคุ้นเคย’ คนหนึ่ง “ที่แท้ก็เป็นพี่เฉิงหมิงนี่เอง เหตุใดท่านถึงยังอยู่ที่นี่กัน น้องเซ่าเหิงของท่านกลับไปที่สำนักคุนอู๋แล้วนะ”เฉิงหมิงผู้ที่ถูกเรียกขานเป็นพี่เป็นน้องหน้าทะมึน “ใครเป็นพี่น้องกับเจ้ากัน เจ้าจะลงมาให้จับเสียแต่โดยดี หรือจะให้พวกข้าใช้ไม้แข็ง!”“เฮ้อ…ดุร้ายขนาดนี้ทำไมกัน แน่นอนว่าพวกข้าย่อมไม่ต่อต้านอยู่แล้ว พวกข้าเลี้ยวกลับไปในตอนนี้ยังทันหรือไม่” อินหลิวเฟิงที่แสดงละครเก่งยังคงทำตัวเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวต่อไป
จึงได้รับท่าทางเหยียดหยามดูถูกจากคนของสำนักคุนอู๋ทุกคนอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ “แน่นอนว่าไม่ทันแล้ว! หึ…” พวกเขารู้อยู่แล้ว!เจ้าคนสำมะเลเทเมาแห่งเมืองโยวตูผู้นี้เป็นพวกไก่อ่อน แต่กลับกล้าเสนอหน้ามาเป็นสี่สุภาพบุรุษแห่งต้าซย่าร่วมกับนายน้อยแห่งสำนักของพวกเขาได