วกเราจะหนีกันได้อย่างไร เจ้าทึ่ม! รีบมุ่งหน้าไปยังสำนักเหยาไถเซียนเร็วเข้า”“อ่อ” ในที่สุดเอ้อร์เหมาแห่งเมืองโยวตูก็เลิกค่อนแคะนายน้อยของเขา และทุ่มเทบังคับรถม้าอย่างสุดความสามารถมากขึ้น! มิ
เช่นนั้นก็จะถึงคราวที่เขาต้องออกไปสู้กับแก่นวิญญาณอสูรตนนั้นแล้วแต่เยี่ยนจื่อเสาในตอนนี้ยังไม่เข้าใจ เหตุใดจึงต้องหนีไปทางสำนักเหยาไถเซียนของผู้อื่นด้วย หรือว่าจะมีความสัมพันธ์ต่อกันดีมาก แต่เขาเพิ่งจะคิดเช่นนี้…อินหลิวเฟิงก็โหวกเหวกโวยวายอยู่นอกรถม้าว่า “ชุนซิ่นจวิน ท่าไม่ดีแล้ว คนของสำนักคุนอู๋จะชิงลงมือกับพวกเจ้าก่อน เพื่อเป็นฝ่ายได้เปรียบแล้ว!”เยี่ยนจื่อเสา “…เป็นกลยุทธ์การยืมมือบุคคลที่สาม โดยที่ตนเองไม่ต้องสูญเสียสิ่งใด (อย่างหน้าไม่อาย) กลยุทธ์หนึ่ง”ดังนั้นทุกคนแห่งสำนักเหยาไถเซียนที่ถูกทำให้ตื่นตกใจ จึงเหาะออกมาอย่างระแวดระวังอย่างที่คิดเอาไว้ “เกิดอะไรขึ้น”แม้แต่กู้หยวนหมิงเองก็ยังพุ่งตัวออกมาจากปราสาท และเขาสัมผัสได้ถึงแก่นวิญญาณอสูรจระเข้สองหัวที่กำลังมุ่งหน้ามา!ทว่าสิ่งที่กู้หยวนหมิงได้เห็นก่อนย่อมไม่ใช่จระเข้สองหัว แต่เป็นอินหลิวเฟิงที่พุ่งตัวตามองครักษ์ที่บังคับรถม้ามา รวมถึงใบหน้าอันงดงามภายใต้ม่านที่เลิกขึ้นจากลมพัดแรงด้วยใบหน้านั้น ทำให้กู้หยวนหมิงที่ได้เห็นตกตะลึง ความรู้สึกราวกับเคยรู้จักมาก่อนก็ประดังเข้ามา
อีกทั้งไม่ใช่เพียงแค่เขาที่มีความรู้สึกเช่นนี้ เยี่ยนอวี๋ที่เหลือบตาข