ต็มปาก แต่ในแคว้นหนานอวิ๋นก็พอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง อย่างเช่นท่านเจ้าสำนักของเรา ก็เป็นถึงผู้ยิ่งใหญ่ระดับ ‘หยวนอิง’ เชียวนะ!”
“ระดับหยวนอิง… เชียวนะ?”
เศษเสี้ยววิญญาณทำหน้าเหวอราวกับถูกตบหน้า
นี่เอ็งล้อข้าเล่นรึเปล่า?
พอมีฝีมืออยู่บ้าง… เจ้าสำนักแค่ระดับหยวนอิง?
หยวนอิงบ้านป้าแกสิเรียกว่าผู้ยิ่งใหญ่? ตัวเอ็งนั่นแหละที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ของจริง!!
“เอาล่ะ เลิกถามมากความได้แล้ว รีบส่งมอบมรดกของแกออกมาซะ ข้าจะสงเคราะห์ให้แกไปสู่สุขคติแบบสบายๆ ไม่อย่างนั้น…”
จางอวิ๋นเริ่มหมดความอดทนที่จะเสวนากับผีเฝ้าทรัพย์ จึงส่งสัญญาณทางสายตาให้ลูกศิษย์ทั้งสอง
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งเข้าใจความหมายทันที ฝ่ามือของทั้งคู่เริ่มมีปราณมังกรทองและปราณแท้จริงราชันย์พวยพุ่งออกมา เตรียมพร้อมลงมือสังหาร
เมื่อเห็นท่าทีคุกคามเช่นนั้น เศษเสี้ยววิญญาณก็มุมปากกระตุกด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะตอบเสียงอู้อี้ว่า “ตัวข้า… ไม่ได้ทิ้งมรดกเอาไว้!”
“ไม่มี?”
จางอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง คิ้วขมวดมุ่น
แต่พอลองไตร่ตรองดูดีๆ ก็สมเหตุสมผล…
ไอ้หมอนี่มันวางแผนจะแย่งชิงร่างชาวบ้านเพื่อคืนชีพ แล้วมันจะทิ้งมรดกไว้ให้คนอื่นทำไม? มันคงกะว่าพอยึดร่างได้แล้วค่อยเ