จากแพ้สงครามครั้งใหญ่เมื่อปีก่อน ส่งผลให้มีกลิ่นอายแห่งความแค้นและความตายรุนแรงมาก หากผู้ฝึกฌานเข้าไปจะถูกธาตุไฟเข้าแทรกจนเข้าสู่ห้วงมารได้อย่างง่ายดาย คนธรรมดาทั่วไปไม่กล้าเข้าใกล้ดังนั้นการที่จะไปตำบลหลันฮวาทางทิศตะวันตกของชางอู๋นั้นต้องเดินทางด้วยเส้นทางนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นทางแคบที่พวกเยี่ยนอวี๋ทั้งห้าคนพร้อมกับเด็กน้อยอีกหนึ่งคนกำลังจะพบกับพวกหยางเซ่าเหิงในไม่ช้า!
คนฝั่งหยางเซ่าเหิงสังเกตเห็นและรายงานทันควัน “ศิษย์พี่เซ่าจงชายหนุ่มบนรถม้าที่อยู่ตรงข้ามคือองครักษ์ของซวงเสวียนจวินขอรับ!”ในขณะเดียวกัน องครักษ์เมืองโยวตูบางคนก็ไหวพริบดีและรายงานอินหลิวเฟิงที่อยู่ในรถม้าว่า “นายน้อย ไอ้เด็กเมื่อวานซืนจมูกชี้ขึ้นฟ้าที่กำลังเดินทางมาจากฝั่งตรงข้ามคนนั้นคือขี้ข้าของหลิงหยางจวินขอรับ”“เดินทางต่อไป” หยางเซ่าเหิงออกคำสั่งอย่างเฉยเมย“ไม่ต้องสนใจเขา!” อินหลิวเฟิงก็แสดงท่าทีออกมาพร้อมกันด้วยหากจะบอกว่าเขาเกลียดชังใครมากที่สุดในสี่สุภาพบุรุษ ตอบได้ทันทีเลยว่าคือหยางเซ่าเหิงคนนี้อย่างแน่นอน! ไอ้คนนี้เอาแต่ทำตัวอวดดีราวกับคนโง่ไปวันๆ หน้าตาวอนเท้ามากกว่าองครักษ์ของเขาเสียอีกแต่แล้วทั้งสองก็ ‘พบกัน’ และโต้ตอบกันราวกับไม่สะทกสะท้านใดๆ ทำให้ ‘ลูกน้อง’ ทั้งสองฝ่ายเชิดคางขึ้นสูง ใบหน้าเงยขึ้นฟ้าในมุมสี่สิบห้าองศาอย่างพร้อมเพรียงกัน และเตรียมพร้อมที่จะเดินผ่านไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามต่อกันเมื่อเห็นว่