ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ต้องเชื่อฟังเสี่ยวเป่าอยู่ดี”“…อะแฮ่ม” อินหลิวเฟิงที่อะแอมเบาๆ อยากพูดเกี่ยวกับเรื่องที่เขาถูกทำให้ ‘อับอาย’ นัก แต่เขาก็ไม่ได้พูดกับใครอื่นใด หวังว่าทุกคนจะไว้หน้าเขาบ้าง! เขาเป็นถึงคุณชายแห่งเมืองโยวตูเชียวนะศักดิ์ศรีและหน้าตาสำคัญจริงๆ นะโชคดีที่องครักษ์บางคนได้สงบสติอารมณ์ของตนไว้ได้สำเร็จและหันไปแสดงท่าทีบอกว่า ‘ข้าน้อยเข้าใจแล้ว’ และยกนิ้วโป้งให้กับนายน้อยของตนเพราะว่าองครักษ์คนนี้รู้สึกว่าคำพูดของเยี่ยนอวี๋นั้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่านายน้อยของตนจีบหญิงได้สำเร็จแล้ว! เพราะที่
เขาพบเจอมานอกจากฮูหยินจะสามารถควบคุมนายน้อยได้แล้วก็ไม่มีผู้ใดสามารถควบคุมได้อีกเลยดังนั้น ในเมื่อนายน้อยจะเชื่อฟังคำสั่งของเด็กน้อยบางคนก็บ่งบอกแล้วว่านายน้อยยอมเชื่อฟังคำสั่งของ ‘ฮูหยิน’ ด้วยและกล่าวได้ว่า ‘ฮูหยิน’ เองก็ยอมรับในตัวตนของนายน้อยแล้วด้วยเช่นกัน!“…” อินหลิวเฟิงที่เดาได้ว่าลูกน้องหัวทึบคิดอะไรอยู่จึงหันหน้าออกไปเงียบๆ และครุ่นคิดในใจ ความเข้าใจผิดๆ เช่นนี้ก็ถือว่ามีศักดิ์ศรีอยู่ ข้าไม่อธิบายต่อแล้วกันหลังจากนั้นผู้คนทั้งกลุ่มต่างก็เข้าใจกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยอย่างแปลกประหลาดและเดินหน้าไปทางทิศตะวันตกของเขตชางอู๋โดยเร็วระหว่างทางเว้นเสียแต่ต้องป้อนข้าวป้อนน ้าให้กับเจ้าก้อนน้อยแล้วทุกคนล้วนเดินทางต่อไปอย่างรีบเร่งในขณะเดียวกัน ทางกู้หยวนหมิงก็ได้รับข่าวสำคัญอีกข่าวหนึ่ง!“หากเป็