“อะไรนะ!” เฉาหมิงเฉิงไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แม้ว่าคนที่ตายจะเป็นบิดาของเยี่ยนชิงถังผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกุ้ยหนี่ว์คนใหม่ แต่ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาแต่เยี่ยนชิงถังกลับทรุดกายลง ‘คุกเข่า’ ร้องไห้สะอื้น “ใต้เท้าเฉา! ข้ารู้ว่าเป็นฝีมือของท่านลุงเจ้าสำนักแน่นอนเจ้าค่ะ เพราะเกรงว่าเลือดของพี่จื่อเสาคงจะกลายเป็นมนุษย์วานรหวาไหวไปแน่แล้วซึ่งไม่มีทางถอนพิษได้!”เฉาหมิงเฉิงเคร่งขรึม “เกิดอะไรขึ้น”ผู้อาวุโสเก้าพูดต่อทันทีว่า “เรียนใต้เท้าเฉา ไม่นานมานี้ข้าน้อยได้ติดตามคนของหอเจ้าสำนัก ถึงสืบทราบได้ว่า ความจริงแล้วที่เขตชายแดนเมืองชางอู๋มีแหล่งซ่องสุมศึกษาค้นคว้าโอสถแปรผันมนุษย์วานรหวาไหวโดยเฉพาะ และผู้ที่จัดหาเลือดอสูรมนุษย์วานรหวาไหวก็คือจื่อเสา! แต่น่าเสียดายที่คนบัดซบเยี่ยนชิงไหวตัวทัน ข้าน้อยยังไม่ทันได้เก็บรวบรวมหลักฐาน เขาก็ทำลายแหล่งซ่องสุมนั้นไปแล้วแต่ด้วยเหตุนี้ข้าน้อยจึงได้ทราบว่า ผู้อาวุโสสูงสุดเยี่ยนอู้ผู้น่าสงสารในสำนักถูกฆ่าปิดปาก แต่…”เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ ผู้อาวุโสเก้าก็ชะงักชั่วคราว แล้วพูดอย่างขมขื่นว่า “ข้าน้อยคาดไม่ถึงเลย! เพื่อจะทำลายหลักฐานความผิด เยี่ยนชิงถึงกับต้องสังหารพี่ชายร่วมสายโลหิต มิเพียงเท่านี้ เขายังทำลายศพเพื่อทำลายหลักฐานอีก”
ครั้นเมื่อเขาพูดจบ อินหลิวเฟิงก็ยิ้มกริ่ม “ดังนั้นที่เจ้าพูดมาทั้งหมดนี้ เจ้ายังไม่มีหลักฐานงั้นสิ” เป็นการใส่ร้ายป้ายส