“ท่านเจ้าสำนักปิดบังอะไรไว้กันแน่” ประมุขแห่งหอราชทัณฑ์สีหน้าตื่นตกใจขนหัวลุกซู่“ใครจะไปรู้เล่า!” ประมุขแห่งหอสัตว์บรรพกาลก่นด่าท่านเจ้าสำนักในใจพันล้านรอบ ต้นกล้าเลิศเลอเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่เปิดเผยเสียเล็กน้อยเลยเมื่อคิดถึงตรงนี้เขาก็ปาดเหงื่อพลางมองไปที่นังหนูที่อยู่ในนั้นต่อไป พบว่าเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมอกของนังหนูดิ้นออกจากผ้าห่อตัวเผยให้เห็นศีรษะโล้นน้อยๆ ของเขา “อ้ะ! เนะเนะ…”“เจ้าตัวน้อย!” ประมุขแห่งหอสัตว์บรรพกาลกุมขมับกลัวว่าเจ้าตัวน้อยนั่นจะทำให้นังหนูอวี๋วอกแวก จึงทำท่าจะขึ้นไปอุ้มเด็กน้อยคนนั้นมาเม่ยเอ๋อร์กลับกดไหล่ของท่านประมุขแห่งหอสัตว์บรรพกาลไว้“คุณหนูใหญ่จัดการเองได้เจ้าค่ะ”“จัดการเองได้อย่างไรเล่า” ประมุขแห่งหอสัตว์บรรพกาลร้อนรน“ยาตัวนี้เป็นยาที่พนันด้วยครอบครัวของเจ้าสำนักเชียวนะ!” หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นสำนักชางอู๋จะแบกรับความสูญเสียนี้ได้อย่างไรเม่ยเอ๋อร์นิ่งไม่ขยับ แม้ท่านประมุขแห่งหอสัตว์บรรพกาลจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่แรงมหาศาลของนางก็กดเขาไว้จนเขามิสามารถขยับตัวได้
“อ้ะ!” เจ้าตัวน้อยสะบัดผ้าห่อตัวที่เกะกะออกภายใต้สายตาทุกคู่ที่กำลังจับจ้อง เขาเอื้อมมือไปทำท่าจะจับหม้อยาที่อยู่ไม่ไกลออกไปทำเอาผู้คนจำนวนไม่น้อยใจหายใจคว ่าทว่ามือของเจ้าตัวน้อยก็ถูกมารดาคนงามของเขาปัดออกและยังหยิกมือน้อยๆ อวบอ้วนดั่งรากบัวของเขา แล้วพูดขึ้นว่า “ซุกซนเสียจริง”“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าแ