ประมุขแห่งหอราชทัณฑ์ที่ถูกเรียกชื่อสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะประสานมือตอบ “ขอรับ! ท่านผู้อาวุโสรอง” ถึงแม้เขายังไม่ค่อยเข้าใจจุดประสงค์ของการกระทำเช่นนี้ก็ตามแววตาของเยี่ยนอู้ประกายฉายวาบพูดขึ้นว่า “ท่านผู้อาวุโสรองเช่นนั้นเชิญเหล่าศิษย์สำนักและผู้ดูแลมาทั้งหมดดีหรือไม่” นางจะได้ไม่มีทางรอดตัว!“…ก็ดีเหมือนกัน” ผู้อาวุโสรองลังเลเล็กน้อย แต่ท้ายสุดก็เห็นด้วยหลังจากนั้น เมื่อเห็นคนของประมุขแห่งหอราชทัณฑ์จากไปนัยน์ตาของเยี่ยนอู้ก็ส่งรัศมีแรงกล้าประหนึ่งแผนการชั่วร้ายสำเร็จแต่เขากลับไม่เห็นประกายซับซ้อนล ้าลึกฉายวาบในแววตาชราภาพคู่นั้นของผู้อาวุโสรองส่วนเยี่ยนอวี๋นางได้นำทุกคนในหอโอสถให้มานั่งลงในวิหารปรุงยาแล้วกล่าวขึ้นว่า “หลังจากปรุงยาสำเร็จแล้วข้าต้องการให้สำนักจัดการกิจสองอย่าง”จู่ๆ ทุกคนในนั้นก็ใจเต้นรัวราวกับตีกลองรัว“อย่างแรก นำชื่อเยี่ยนอู้ออกจากคณะผู้อาวุโส”
“บังอาจ!” เยี่ยนอู้ไม่รอให้เยี่ยนอวี๋พูดจบก็ตวาดใส่ทันที “นังหนูต ่าช้า หาเรื่องตายชัดๆ! เจ้าคิดว่า เจ้าใช้ลูกเล่นมากมายเช่นนี้แล้วจะได้ผลอย่างนั้นรึ”“อย่างที่สอง ก่อนที่บิดาของข้าจะกลับมา อำนาจสำนักจะถูกมอบให้กับผู้อาวุโสรองและต้องคืนกลับครั้นเมื่อบิดาของข้ากลับมาแล้ว” เยี่ยนอวี๋ไม่ได้สนใจเยี่ยนอู้ตัวตลกกระโดดคานคนนี้เลยแม้กระทั่งทุกคนในสำนักชางอู๋ก็ไม่อยู่ในสายตาของนางเช่นกันหากไม่ใช่เพราะความสงสัยในใจเหล่านั้นนางคงไม่คิดจะกลั