อวี้จิ่นยิ้มพลางผลักประตูเดินจากไป เจียงซื่อนั่งลงบนเตียงแล้วนวดคลึงใบหน้า
ขายหน้า!
คนบ้า จะคีบกับข้าวให้นางคีบไปสิ มาขยิบตาทำไม ทำให้นางคิดมาก
เมื่อถึงกลางดึก เจียงซื่อจัดการทุกอย่างจนเรียบร้อยแล้ว เงยหน้าถามอาหมานว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”
“เหมือนกว่าตอนที่อยู่ในรถม้าเสียอีกเจ้าค่ะ” อาหมานหยิบหมวกเหวยเม่าขึ้นมาถามอย่างตื่นเต้นว่า “คุณหนู พวกเราจะออกเดินทางเมื่อไหร่เจ้าคะ”
เจียงซื่อมองกาต้มน้ำแวบหนึ่งแล้วคว้าหมวกเหวยเม่า กล่าวว่า “เจ้าอยู่ที่นี่เถอะ สองคนก็เพียงพอแล้ว”
อาหมานรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ
ถูกทิ้งแล้วจริงๆ ด้วย!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ อาหมานยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
“ไปเปิดประตูเถอะ”
สาวรับใช้เดินไปเปิดประตูด้วยความโมโห นางถลึงตาใส่คนนอกประตูอย่างแรง แล้วหันหลังเดินจากไป
เจียงซื่อถือหมวกเหวยเม่าเดินออกมา
อวี้จิ่นชี้ไปที่หมวกเหวยเม่า “ทั้งเกะกะทั้งสะดุดตา ไม่เอาไปดีกว่ากระมัง”
เจียงซื่อส่ายหน้า “หากไม่เอาไปด้วย ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนมาจับตัวข้าไปแลกเงินก็เป็นได้”
อวี้จิ่นแสดงท่าทีงุนงงที่ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยนักออกมา
เจียงซื่อยกมือขึ้นเลิกผ้าคลุมขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ทั้งคุ้นตาและไม่คุ้นเคย
อวี้จิ่นขมวดคิ้ว “ทำไมทำให้ขี้เหร่เสียล่ะ”
มุมปากของเจียงซื่อกระตุก “แบบนี้คล้ายกับคุณหนูฉือเจ็ดแปดส่วน”
อวี้จิ่นลูบจมูก เอื้อมมือขึ้นมาดึงผ้าคลุมลงให้เจียงซื่อ “ไปกันเถอะ”
สายลมพัดโชยในคืนเดือนม