อนเถิด หากพวกท่านสนใจคดีนี้ พรุ่งนี้ก็ค่อยกลับมาใหม่แล้วกัน”
เมื่อเสียงของผู้บัญชาการเงียบลง ฝูงชนก็ค่อยๆสลายตัวออกไป เพราะอย่างไรแล้วทุกคนก็เตรียมจะชิ่งอยู่แล้ว
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพูดล้อเล่นและตามดูเรื่องชาวบ้านคืออะไร แน่นอนคือต้องไม่ปล่อยให้เรื่องนั้นสร้างความลำบากให้ตัวเองอย่างไรล่ะ! หากยังอยู่ที่นั่นก็จะต้องถูกสอบสวน สุดท้ายดีไม่ดีอาจกลายเป็นผู้ต้องสงสัย ถึงเวลานั้นเม็ดแตงที่กะเทาะเปลือกออกหมดก็ไม่หอมเสียแล้วในขณะนั้นแต่ละคนที่เฝั้าดูเหตุการณ์ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีที่หนึ่งต้องไป ตอนนี้แตงหวานออกผลแล้ว รีบกลับบ้านไปล้างดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ตอนนี้ใครยังอยู่ที่นี่ก็เป็นคนโง่แล้วล่ะ!
เมื่อเป็นเช่นนั้น สายตาหลายคู่จึงจับจ้องไปที่เจียงซื่อและคนอื่นๆ ที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
เมื่อเห็นว่าชายวัยกลางคนมองมา เจียงจั้นจึงรีบดึงเจียงซื่อพลางทำทีหัวเราะ “พวกเราเป็นคนจากต่างเมืองที่มาถวายธูปที่วัดนี้ ไม่รู้จักกับผู้ตายหรอกขอรับ”
ทันใดนั้นพระสงฆ์รูปหนึ่งก็สวดขึ้นและกล่าวเสียงดังว่า “อาตมาจำคนนั้นได้ เขามาที่เขาหลังวัดเมื่อช่วงกลางวัน!”