คำถามเกี่ยวกับวิธีการล้างแค้นยากที่จะกล่าว
หากการแก้แค้นนี้ทั้งผู้กระทำและเหยื่อตายตกไปตามกัน เจียงซื่อมองว่ามันเป็นความล้มเหลวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการแก้แค้นนี้มีนางเป็นผู้บงการ นางไม่อาจให้มีผู้อื่นต้องถูกทำร้ายได้อีก
นี่คือขีดสุดของนาง
การแก้แค้นคือการทำให้ชีวิตของนางราบรื่นขึ้นไม่ใช่ยอมเปลี่ยนแปลงแลกทุกสิ่งเพียงเพื่อต้องการแก้แค้นจึง
“ในวันที่สิบเก้าเดือนห้า ใต้เท้าเจิน ใต้เท้าชิงเทียนที่เตรียมจะเข้ารับตำแหน่งผู้ตรวจการศาลาว่าการแห่งพระนคร จะพำนักที่อี้จ้าน ห่างออกไปจากเขตชานเมืองประมาณสามสิบลี้ หากท่านได้พบกับใต้เท้าเจิน จงกล่าวกับเขาเรื่องที่ข้าถูกทำร้ายจนสิ้นชีวิต แล้วเขาจะช่วยท่านจัดการเอง”
ตำแหน่งผู้ตรวจการศาลาว่าการแห่งพระนครสูงกว่านายอำเภอธรรมดาสองสามขั้น ฟังไปแล้วดูเหมือนจะดี แต่แท้จริงกลับร้อนรนดุจไฟ ก่อนหน้านี้มีผู้ตรวจการมากมายที่นั่งได้ไม่กี่ปี บ้างก็ดำรงตำแหน่งเพียงสองสามเดือนจากนั้นก็ลาออก
ด้วยเหตุนี้ตำแหน่งผู้ตรวจการศาลาว่าการแห่งพระนครจึงหมุนเวียนไปดุจสายน้ำ เมื่อถึงรัชศกจิ่งหมิงปีที่สิบแปด ท่านเจินซื่อเฉิงในตำแหน่งอันฉาสื่อ[1]ได้ถูกโยกย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการศาลาว่าการแห่งพระนคร ที่นั่งนี้จึงได้สงบลงในที่สุด
เมื่อตอนที่เจินซื่อเฉิงอยู่ในท้องที่นั้น ได้รับสมญานามว่าใต้เท้าใหญ่ชิงเทียน เมื่อตอนที่เดินทางจากไปก็มีชาวบ้านมากมายเดินทางไปส่ง คนผู้นี้ในสมัยราชวงศ์