ะงักไป และรีบตอบสนองทันควัน“หรือว่าน้องสี่คิดว่าฉังซิงโหวฮูหยินมีอะไรผิดปกติอย่างนั้นหรือ”
เจียงซื่อตอบเสียงเบา “ข้าคิดว่าอุปนิสัยของคนๆหนึ่งเกี่ยวข้องกับสภาวะแวดล้อมที่เขาเกิดมาการที่ลูกชายเป็นเช่นนั้น ไฉนเลยคนเป็นมารดาจะเป็นพระโพธิสัตว์ได้”
เจียงเชี่ยวครุ่นคิดแล้วจึงพยักหน้า “ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล แต่ว่าไม่ว่าพวกเขาจะชั่วร้ายเพียงใดก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราแล้ว อีกหน่อยก็อยู่ห่างๆไว้ก็พอ”
เจียงซื่อไม่ต้องการให้เจียงเชี่ยวเข้ามาเกี่ยวข้องมากไปกว่านี้จึงเพียงยิ้มและตอบรับ
“น้องสี่ เจ้าคิดจะจัดการไอ้เดรัจฉานนั่นอย่างไร”เจียงซื่อตอบคลุมเครือ “ข้าเองก็ยังไม่มีแผนตอนนั้นข้ารู้สึกกลัว อยากจะรีบออกจากจวนโหวให้เร็วที่สุดถึงได้พูดไปแบบนั้น รอข้ากลับไปคิดดูก่อนแล้วกันเจ้าค่ะ”
เจียงเชี่ยวหรี่ตามองเจียงซื่อ “อย่ามาหลอกข้าเป็นเด็กๆ หน่อยเลย”
ถ้าจะพูดว่ากลัว นางแสดงออกมากกว่าเจียงซื่อเสียอีก อีกอย่างเจียงซื่อก็ดูสงบนิ่งราวกับว่าไม่รับรู้เรื่องเมื่อคืนเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าหลอกไม่สำเร็จ เจียงซื่อจึงจำใจพูดไปว่า “เรื่องวิธีการข้ายังไม่สะดวกจะพูดตอนนี้ รอให้ได้ผลก่อนแล้วข้าจะอธิบายให้พี่สามฟังอย่างละเอียด แต่หากไม่ได้ผล…”
เมื่อเห็นสายตาเจียงเชี่ยวที่เหล่มองมา เจียงซื่อก็พลันหัวเราะพลางเอ่ย “หากไม่ได้ผล ข้าก็จะมาให้พี่สามช่วยคิดหาวิธียังไงล่ะ”
“อย่างงี้ค่อยพอไปวัดไปวาหน่อย” เจียงเชี่ยวรู้งานจึง