าจจะอารมณ์ไม่ดีอยู่ ปกตินางไม่เป็นเช่นนี้ ข้าขอตัวไปดูก่อน พวกเราค่อยนัดกันวันหลังขอรับ”
อวี้ชีพยักหน้าเบาๆ ให้เจียงจั้นที่โบกมือมาให้เขาอย่างรีบร้อน แต่กลับมองตามแผ่นหลังแม่นางน้อยที่เดินไกลออกไปตาไม่กะพริบ
ดูเหมือนนางจะโกรธเสียแล้ว…เจียงจั้นสาวเท้าตามเจียงซื่อไป ถามด้วยความไม่เข้าใจอย่างมากว่า “น้องสี่ เจ้าเป็นอะไรไปรึ”
“เปล่าเจ้าค่ะ” เจียงซื่อเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยปิดบังหยดน้ำบริเวณหางตาไว้
“เจ้าเข้าใจพี่อวี๋ชีผิดแล้ว ถึงแม้พวกเราจะพบกันที่หอชิงโหลว…”
เจียงซื่อพลันหยุดฝีเท้าลง
เจียงจั้นรู้ตัวว่าพลั้งปากไปจึงรีบเอ่ยว่า “พี่อวี๋ชีมิได้ไปเที่ยวเล่นที่หอชิงโหลว…”
“ไม่ต้องอธิบายแล้ว!”
“แต่ว่า…”
“อธิบายก็คือการช่วยปกปิด สรุปก็คือข้าคิดว่าเขามิใช่สหายที่ดี หลังจากนี้พี่รองก็ไปมาหาสู่กับเขาให้น้อยลงหน่อย”
คนสารเลวนั่นอดทนเก่งเป็นที่สุด ใครจะรู้ว่าที่เข้ามาสนิทกับพี่รองนั้นมีจุดประสงค์อะไร นางไม่เชื่อหรอกว่านี่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ
“แต่ว่าเขาช่วยชีวิตพี่เอาไว้นะ น้องสี่คงไม่อยากให้พี่เป็นคนลืมบุญคุณคนกระมัง” ในที่สุดเจียงจั้นก็ยังคงพูดออกมาภายใต้แรงกดดัน