่งไปกว่านั้นยังมีพระสนมหยวนชูและองค์ชายแปดคอยจับตาดูสิ่งต่าง ๆใครจะกล้ามารักษาอาการบาดเจ็บของข้า พวกเจ้าสองคนกลับไปได้ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงข้า หากมีคนเห็นพวกเจ้ามาหาข้า ข้ากลัวว่าพวกเจ้าจะถูกตี ไปเลย ไปทำตัวราวกับว่าเจ้าไม่มีข้าเป็นนายของเจ้าอย่ามายุ่งกับข้าเลย” เขาพูดทั้งหมดนี้ในครั้งเดียวและจบลงด้วยความเหนื่อยเล็กน้อย เขานอนลงบนกองฟืนและสูดลมหายใจอย่างหนักเฟิงหยูเองส่ายหัวของนางอย่างไร้ประโยชน์และเดินไปไม่กี่ก้าวนางนั่งข้างเขานางพูดว่า “ในขณะที่เจ้ามีน ้าใจต่อคนอื่น ใครจะรู้ว่าพระราชวังจะจัดการกับมันอย่างไรถ้าเจ้าตายจากความเจ็บปวด”จางหยวนใช้จิตใต้สำนึกตอบ“ข้าจะถูกห่อด้วยพรมแล้วโยนลงไปในหลุมศพ มีอะไรอีกที่คนที่ไม่มีรากฐานจะหวังได้ หากสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อก่อน ฮ่องเต้จะมอบหีบศพที่ทำจากวัสดุอย่างดีมาให้ข้าแล้วหาที่ฝังศพอันงดงามให้ข้า” ในขณะที่พูดสิ่งนี้เขาสูดหายใจเข้าและดูเหมือนจะร้องไห้ “แต่ตอนนี้สิ่งต่าง ๆ กลับแย่ลง ฝ่าบาทไม่ต้องการข้าอีกต่อไป” หลังจากพูดอย่างนี้เขาก็ฝังหัวของเขาลงในกองฟืนและเริ่มร้องไห้ เขาร้องไห้มาพักหนึ่งก่อนจะตระหนักรู้อย่างฉับพลัน ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น อาการบาดเจ็บเกือบจะทำให้เขา
เป็นลม แต่เขายังคงดิ้นรนที่จะหันไปมองคนที่พูดกับเขา เพียงแค่ดูเกือบทำให้เขาอุทานออกมาด้วยความตกใจเฟิงหยูเองพูดอย่างไร้จุดหมาย“ถ้าเจ้าปลุกทุกคนขึ้นมา ข้าจะไม่สามารถรักษาอาการบาด