้ แม้
กระนั้นยังมีรอยที่คอจากเชือก หม่อมฉันขอร้องให้ฝ่าบาททวงความยุติธรรมให้พระสนมหยวนชูด้วยเพคะ ! ”จากการพูดคนเดียวของนางทุกคนในห้องก็คุกเข่าวิงวอนต่อฮ่องเต้เพื่อสนับสนุนพระสนมหยวนชู ในเวลานี้เสียงร้องไห้ของพระสนมหยวนชูก็ดังขึ้น ในขณะที่ร้องไห้นางกล่าวว่า “อย่าขอร้องเลยข้าไม่สามารถทำอันตรายต่อฝ่าบาทได้ ตราบใดที่พระพลานามัยของฝ่าบาทดีขึ้น ไม่ว่าข้าจะมีชีวิตอยู่หรือตายไปก็ไม่สำคัญ”“ไร้สาระ”ฮ่องเต้โกรธมาก “หากไม่มีสนมรักอยู่กับข้าแล้ว ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร ? ” หลังจากพูดแบบนี้เขาก็หันหน้ามาจ้องจางหยวนด้วยความโกรธแค้น ความดุร้ายในสายตาของเขาทำให้จางหยวนรู้สึกตื่นตระหนก นึกถึงเวลาที่ฮ่องเต้มองด้วยแววตาแบบนี้เมื่อเขาได้โยนพระสนมเอกบุ สำหรับความสัมพันธ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นเวลาหลายปี มันก็ถูกโยนทิ้งไปอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากเป็นอุปสรรคเดียวจางหยวนยังคงคุกเข่าอยู่แม้กระนั้นขาของเขาก็เริ่มสั่น ทุกคนบอกว่าการอยู่ใกล้ฮ่องเต้นั้นเหมือนกับการอยู่ใกล้พยัคฆ์ ก่อนหน้านี้เขาสนิทกับฮ่องเต้มาก และเขารู้สึกว่าเขาและฮ่องเต้องค์นี้จะพึ่งพาซึ่งกันและกันเพื่อความอยู่รอด เขาจะดูแลฮ่องเต้จนกว่าฮ่องเต้จะสวรรคต หลังจากนั้นเขาจะตายไปพร้อมกับอีกฝ่าย แต่ตอนนี้…“ฝ่าบาท” เขาร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง “ขันทีผู้นี้ไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นจริง ๆ พะยะค่ะ เชื่อกระหม่อมสักครั้งพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้กำหมัดแน่นในสายตาของเขา