ละปฏิเสธคำสั่งของฝ่าบาท ? ”
จางหยวนรู้สึกไร้ประโยชน์เมื่อได้ยินเช่นนี้แต่เขาก็ยังคงกัดฟันและกล่าวว่า “หากท่านสามารถกลับไปได้ ข้าจะอธิบายฝ่าบาทเองขอรับ”“บังอาจ! ” พระสนมหยวนชูโกรธมาก “เจ้าเป็นเพียงขันที แต่จริง ๆ แล้วเจ้ากล้าที่จะกลับไปที่แอบอยู่ด้านหลังของฝ่าบาทเพื่อไล่พระสนมของฝ่าบาทออกไป ? นอกจากนี้มันเป็นคำสั่งของเจ้าหรือคำพูดของฝ่าบาทที่มีนํ้าหนักมากกว่ากันในพระราชวังของฮ่องเต้ ? ”คำพูดตอบโต้ที่รุนแรงดังกล่าวทำได้จางหยวนต้องกลัวอย่างฉับพลันโดยเขากล่าวว่า “ข้าไม่มีเจตนาเช่นนั้น ข้าเป็นห่วงสุขภาพของฝ่าบาท ท่านได้โปรดเข้าใจปัญหาของข้าด้วยขอรับ ! ”เข้าใจปัญหางั้นหรือ? พระสนมหยวนชูพบว่าจางหยวนเป็นคนที่ขัดหูขัดตามาเป็นเวลานาน และนางรู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผลที่จะรับมือกับขันทีคนนี้ ในเวลานี้นางจำได้และคิดขึ้นมา นํ้าเสียงของนางเปลี่ยนไป “ลืมไปเถิด เจ้ากำลังทำเพื่อประโยชน์ของฝ่าบาท ข้าเข้าใจได้ ข้าหวังว่าฝ่าบาทจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สุขภาพของฝ่าบาทสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด เนื่องจากเป็นเพราะเรื่องนี้ วันนี้ข้าจะกลับไป ! ข้าจะไม่ได้อยู่ร่วมรับประทานอาหารคํ่ากับฝ่าบาท และหวังว่าขันทีจางจะดูแลฝ่าบาท” หลังจากพูดอย่างนี้นางก็สั่งให้ผู้หามเกี้ยว“หันกลับไป เราจะกลับไปที่ตำหนักชุนชาน”ขันทีที่ไปเชิญชวนพระสนมหยวนชูจ้องมองแต่ไม่ได้พูดอะไรเลยเขาแค่สั่งบ่าวรับใช้ในพระราชวังหันหลังกลับ ในอีกด้