้อยของเฟิงหยูเองเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แต่งหน้าก็หมดลง ไม่สามารถคิดสิ่งอื่นได้ ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างจนใจ ความเศร้าปรากฏบนใบหน้าของพราชายาหยุนอีกครั้งไม่มีอะไรที่เฟิงหยูเองจะทำเช่นนั้นได้ดังนั้นนางจึงพูดกับพระชายาหยุนอย่างตรงไปตรงมา “เสด็จแม่ ถ้าเสด็จแม่มีสิ่งที่เสด็จแม่อยากจะพูด ก็พูดออกมา การเก็บเอาไว้นั้นจะไม่มีประโยชน์อะไรเนื่องจากมันเกิดขึ้นแล้ว พวกเราไม่มีใครสามารถแสร้งทำเป็นว่าไม่มีการหลีกเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา หากเสด็จแม่ไม่มีความสุข เช่นเดียวกับบุตรของเสด็จแม่ เราก็โกรธเช่นกัน มาพูดถึงเรื่องนี้ ข้าจะบอกเสด็จแม่เกี่ยวกับสิ่งที่ข้าวิเคราะห์ออกมาเจ้าค่ะ”เมื่อนางพูดถึงเรื่องนี้พราชายาหยุนก็กลายเป็นคนร่าเริงทันทีนางถามอย่างเร่งด่วนว่า “บอกข้าสิว่าตาแก่เป็นอะไรกันแน่ ? ” พระชายาหยุนระบุว่าฮ่องเต้ได้รับการครอบงำแล้ว ขณะที่นางกล่าวว่า“ถ้าฝ่าบาทไม่ได้ถูกครอบงำ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเรื่องแบบนี้ที่จะเกิดขึ้น ข้าเข้าใจฝ่าบาท”“เสด็จแม่”ในเรื่องที่เกี่ยวกับฮ่องเต้ เฟิงหยูเองต้องการได้ยินสิ่งที่พราชายาหยุนคิด ท้ายที่สุดพราชายาหยุนเป็นคนที่เข้าใจฮ่องเต้ มี
หลายสิ่งที่เฟิงหยูเองจะสามารถทำความเข้าใจได้ดีขึ้น ดังนั้นนางจึงถามว่า “เสด็จแม่ จริง ๆ แล้วว่าท่านคิดว่าเสด็จพ่อถูกครอบงำหรือไม่เจ้าคะ ? ”พราชายาหยุนพยักหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย“ถูกต้อง ฝ่าบาทถูกครอบงำ เจ้าไม่รู้ส