ทียนฮั่วรู้สึกขมขื่นข้างในแต่ก็ยังพูดว่า “ท่านแม่รีบดื่มสุราทำให้ท่านรู้สึกเวียนหัวขอรับ”“ฮึ”พราชายาหยุนเหลือบตา “เป็นอย่างที่พวกเจ้าพูด ! ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ข้าสามารถควบคุมบุตรได้น้อยลงทุกที พวกเจ้ารังแกข้าเมื่อข้าแก่ตัวลง ปิดบังทุกอย่างจากข้า”“ท่านแม่ยังไม่แก่เลยขอรับ”ซวนเทียนฮั่วพูดความจริงว่า “เมื่อไม่นานมานี้เองที่พระราชวังไม่สงบ แม้ว่าเราจะยังไม่สามารถบอกได้
ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพื่อให้ท่านแม่สามารถอยู่ในพระราชวังต่อไปได้แต่เรารู้สึกว่าจะดีกว่าหากท่านแม่อยู่ที่นี่สักพัก ถ้าเสด็จพ่อถาม หมิงเอ๋อและข้าจะจัดการเองขอรับ”“ไม่ต้องกังวลตาแก่ผู้นั้นจะไม่ถามถึงข้าอีกแล้ว” พราชายาหยุนยักไหล่ขณะที่มุมปากของนางขดเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการเสียดสี“ฝ่าบาทมีคนคอยดูแลฝ่าบาทแล้ว ฝ่าบาทมีความสุขมาก ! ฝ่าบาทจะมีเวลาคิดเกี่ยวกับข้าได้อย่างไร ถ้าข้ารู้แล้วว่าวันหนึ่งจะมาถึง ข้าจะออกจากพระราชวังเมื่อ 20 ปีก่อน แต่…” หลังจากนางพูดสิ่งนี้นางถอนหายใจ “ถ้าข้าไม่ได้อยู่ในพระราชวัง ชีวิตของเจ้าและหมิงเอ๋อคงจะลำบากกว่านี้ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าคิดถึงมันมากขึ้น ลืมไปเถิดข้าจะยังคงอยู่ในพระราชวังต่อไป ที่แย่ที่สุดข้าแค่ปฏิเสธที่จะพบฝ่าบาท ฮั่วเอ๋อ บอกข้าทีว่าเป็นเพราะข้าชอบจะปฏิเสธที่จะพบฝ่าบาททำให้ฝ่าบาท…เปลี่ยนไปหรือไม่” ในขณะที่พราชายาหยุนพูด นางก็เริ่มที่จะนึกย้อนกลับไปถึงเวลาที่พวกเขาอาศัยอยู่บนภูเขา