วเป็นเวลาหลายวัน อย่างไรก็ตามกลุ่มไม่ได้มองนางอย่างที่เคยทำในอดีตอีกต่อไปแต่พวกนางสื่อสารเต็มไปด้วยการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีกระทั่งคนที่ถามออกมาตรง ๆ ว่า “คุณหนูจู้ สิ่งที่เกิดอะไรขึ้นในคฤหาสน์ของตระกูลจู้นั้นเรื่องจริงหรือไม่ ? ท่านแม่ของเจ้ามีความสัมพันธ์กับพ่อบ้านจริง ๆ หรือ และบิดาของเจ้าจับได้”กงซานรู้สึกว่าคำถามนี้กระตุ้นให้นางเจ็บในใจอย่างไรก็ตามนางไม่สามารถทำร้ายอีกฝ่ายได้ นางจำได้ว่าเป้าหมายในการกลับสู่เมืองหลวงคืออะไร นางหันหน้าไปกล่าวกับบ่าวรับใช้จากตำหนักเซียงว่า “ไปดูวัดเก่า เราไม่ได้ไปนานแล้ว ข้าสงสัยว่าทางนั้นต้องการการซ่อมแซมหรือไม่ บ่าวรับใช้ของข้าเพิ่งมาจากเป็งโจวและไม่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ ! ”บ่าวรับใช้คนนี้อยู่กับกงซานและวิ่งไปหานางนางเห็นด้วยและวิ่งไปที่วัดโดยไม่รู้สึกอะไรเลย มันเป็นเพียงหลังจากที่นางไปได้ไกล
พอที่กงซานเริ่มตอบโต้ นางกล่าวกับฮูหยินใหญ่ว่า “ถ้าข้าจำไม่ผิดสามีของท่านก็เป็นขุนนางขั้นหกในกระทรวงพิธีการไม่ใช่หรือ ? องค์ชายแปดเคยกล่าวว่าเสนาบดีกระทรวงพิธีการเป็นคนใจแคบ เป็นเรื่องปกติที่จะใช้ประโยชน์จากเขาเพื่อเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เพื่อวางแผนสิ่งที่ใหญ่กว่า เขายังขาดแคลนความสามารถอยู่ ในระยะยาวไม่จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือแก่เขาอีก”ฮูหยินผู้นั้นตกตะลึงและกว่าจะเข้าใจสิ่งที่เพิ่งถูกกล่าวออกไปได้ก็ผ่านไปนานนางบอกว่าองค์ชายแปดดูหมิ่นสามีของนางว่าไม่ดีพอนอ