ขึ้นไปในรถม้าของเจ้า”กงซานมองทั้งสองคนพร้อมนิ่วหน้านางไม่สามารถหยุดตัวเองจากการถามว่า “พราชายาไม่กลัวที่จะโดนผู้คนต่อต้านบ้างหรือ ? ไม่ว่าอย่างไรคุณหนูทั้งสามคนนั้นมาจากครอบครัวขุนนาง ทำไมชีวิตของพวกนางจึงมีค่าเพียงเล็กน้อยในสายตาของพราชายาเพคะ ? ”
เฟิงหยูเองถาม“ถ้าเช่นนั้นทำไมชีวิตของเด็กน้อยจึงไร้ค่าในสายตาของพวกนาง ? ”“นั่น…มันแตกต่างกัน ! เด็กน้อยคนนั้นยังไม่ตาย ! ”“การกระทำและความตั้งใจเดิมนั้นเหมือนกันไม่ว่าใครจะตายหรือไม่ก็เป็นเรื่องของความไม่แน่นอน” เฟิงหยูเองกล่าว “สำหรับการที่ผู้คนจะต่อต้านข้าหรือไม่ นั้น เราไม่เคยบาดหมางกัน ครอบครัวของพวกนางเคยต่อต้านข้าเมื่อนานมาแล้ว สิ่งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย”“พราชายาต้องปล่อยวางบ้างเพคะ”กงซานกล่าวอย่างเงียบๆ“เป็นไปไม่ได้ที่พราชายาหยูจะไม่เข้าใจตรรกะนี้””ถูกต้อง! ” เฟิงหยูเองกระพริบตา “ทุกคนต้องรู้จักปล่อยวางการทุ่มเทเงินทั้งหมดไว้กับองค์ชายแปด คุณหนูตระกูลจู้ อย่าลืมรากฐานของเจ้าและอย่าลืมว่าแซ่ของเจ้าคืออะไร” หลังจากกล่าวแบบนี้ นางเหลือบมองอาฮวนและอาหรูโดยไม่ทันให้ใครสังเกตเห็นจากนั้นนางก็สั่งให้ม่านลง คนขับสะบัดแส้ขึ้นและรถม้าก็หายตัวไปอย่างรวดเร็วสิ่งนี้ทำให้กงซานยืนอยู่คนเดียวมองไปในทิศทางที่นางจากไปขณะที่คิดถึงสิ่งสุดท้ายที่เฟิงหยูเองพูด ในเวลานี้นางได้ยินนางกำนัลจากตำหนักเซียงกล่าวว่า “คุณหนูอย่าฟังสิ่งที่พราชายาหยูพูดเลยเจ้