ูเองยืนอยู่ข้างๆ นางกำลังดูราวกับว่ามันเป็นการแสดงบางอย่าง นางคิดอย่างรวดเร็วและรีบเดินไปกล่าวกับเฟิงหยูเอง “พราชายา ! ช่วยพูดกับคุณหนูสี่ตระกูลเฟิงเร็ว! ถ้านางยังทำอย่างนี้ต่อไป นางจะฆ่าคนจริง ๆ เพคะ ! ”เฟิงหยูเองมองนางด้วยความสับสนและถามว่า“ทำไมต้องหยุดนางล่ะ ถ้าหากคุณหนูจู้มีหัวใจของพระโพธิสัตว์จริง ๆ ทำไมเจ้าไม่คิดว่าจะช่วยเด็กล่ะ ? หรือทำไมไม่ถามคนที่เจ้าพามา ? ทำไมคุณหนูพวกนั้นถึงผลักน้องชายของนางลงไปในทะเลสาบ ? ”สีหน้าของกงซานดูตื่นตระหนกอย่างมากในขณะที่นางกล่าวกับเฟิงหยูเอง “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาถามและตำหนิ พราชายาหยูอาจจะโกรธ แต่พวกนางจะถูกนำตัวไปถามว่าหลังจากที่เด็กรอดชีวิต ?ตอนนี้นางต้องรอดชีวิต ! ” ในขณะที่กล่าวสิ่งนี้ นางสังเกตเห็นสีหน้าของเฟิงหยูเอง แต่เฟิงหยูเองทำราวกับว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับนางแม้แต่น้อย นางอดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนกอย่างแท้จริง และกล่าวเพิ่มเติมว่า“คุณหนูสี่ตระกูลเฟิงคือน้องสาวของพราชายา หากคุณหนูผู้นั้นถูกบีบคอจนตาย ลองคิดดู พราชายาหยู พราชายาจะสามารถหลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวร้องได้หรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองขมวดคิ้ว“มันคืออะไร ? การบีบคอใครบางคนสู่ความตายจะเห็นทั้งครอบครัวกำจัดให้หมดสิ้นหรือไม่ มันเป็นเรื่องตลกจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้ข้าได้รับการเพิ่มในทะเบียนราชวงศ์และไม่มีความสัมพันธ์กับตระกูลเฟิง แต่ถึงแม้ว่าข้าไม่ใช่พราชายาหยูและยังคงเป็นส่วนหนึ่งของตร