”“เป็นเรื่องดีที่เจ้าจะไม่ยอมรับบิดาแบบนั้น! ” เมื่อเรื่องเฟิงจินหยวนถูกนำขึ้นมา ซวนเทียนหยานไม่ค่อยมีทัศนคติที่ดีนัก “เจ้าโปรยขี้เถ้าของเขา นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่จะทำ ! ”“แต่ข้ายอมรับไม่ได้! ” เฟิงเฟินไดเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น และทันใดนั้นก็รู้สึกคลื่นแห่งความโศกเศร้าล้างนาง “ข้าไม่ยอมแพ้นางเช่นนี้ ! นับตั้งแต่เด็ก พวกนางมีโอกาสมากกว่าข้า ตระกูลเฟิงมีบุตรสาว 4 คน และ 2 คนเป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ นอกจากนี้ยังมีเฟิงเซียงหรู นางดูไร้ความสามารถแต่มารดาที่เป็นอนุของนางมีร้านปักเป็นสินเดิม นางไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเสื้อผ้า มีเพียงข้าเท่านั้นที่ข้าทนทุกข์ทรมานมากที่สุด ท่านแม่ของข้าเป็นหญิงโสเภณีทุกคนดูถูกข้า ! ทำไมข้าจะไม่ต่อสู้ ถ้าข้ายังไม่ต่อสู้ ข้าจะไม่สามารถโงหัวขึ้นมาได้ในชีวิตนี้ ! ”“แต่ตอนนี้สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไป!” ซวนเทียนหยานคว้าข้อมือนางอย่างปลอบประโลมและขมขื่น “อย่าคิดเกี่ยวกับคฤหาสน์เฟิงอีกต่อไป แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพวกนางล่ะ ? เฉินหยูเสียชีวิตไปแล้ว เฟิงเซียงหรูไม่มีอะไรมากไปกว่าร้านปักไว้คอยเลี้ยงดูตัวเองและมารดา แต่
ตอนนี้เจ้าเป็นว่าที่พราชายาของตำหนักหลี่แล้ว แม้ว่ามันจะมาถึงเฟิงหยูเองก็ตาม เจ้าก็จะสามารถยืนหยัดทัดเทียมกับนางได้ เจ้าต้องการอะไรอีก ตำหนักหลี่ในปัจจุบันไม่มีผู้หญิงคนอื่น เจ้าไม่จำเป็นต้องดูแลรักษากฎระเบียบของเจ้า ในตำหนักขนาดใหญ่เช่นนี้ เจ้าคนเดียวจะสามา