นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ”
หานชิงอวี่มองหน้าจางอวี้หัวด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ไม่ ไม่ใช่…คือผมกำลังขับรถคุยโทรศัพท์อยู่ แล้วเผลอไปชนรถพี่หานเข้า”
“ผมผิดเองครับ!”
เมื่อจางอวี้หัวได้ยินดังนั้น เขาก็รีบกล่าวขอโทษขอโพยยกใหญ่
“งั้นเราก็รอรถยกมาแล้วกัน ผมโทรเรียกคนของศูนย์บริการแล้ว”
หานชิงอวี่ไม่ใช่คนชอบหาเรื่อง เมื่อเห็นว่าจางอวี้หัวยอมรับผิดอย่างจริงใจ เขาก็ไม่ได้ถือสาอะไร
“คือ…ผมไม่มีเวลารอ พี่หาน เอาแบบนี้นะ ผมให้น้องชายผมรออยู่ที่นี่ พี่นั่งรถคันหลังผมไป จะไปไหนเดี๋ยวผมไปส่งเอง”
ดูเหมือนว่าจางอวี้หัวกำลังรีบร้อนจริง ๆ ถึงขนาดไม่สนใจจะจัดการเรื่องอุบัติเหตุเลย
“ตกลง งั้นไปกันเถอะ!”
บังเอิญ หานชิงอวี่เองก็มีธุระพอดี ทั้งสองคนจึงตกลงกันได้อย่างง่ายดาย
พวกเขาแยกกันขึ้นรถที่ตามมา จากนั้นก็ตรงไปยังโรงพยาบาลที่หานชิงอวี่ทำงาน
“พี่ใหญ่ โรงพยาบาลเอกชนกับโรงพยาบาลรัฐอยู่ทางเดียวกัน พวกเราไปส่งได้ไม่เสียเวลาหรอก!”
ลูกน้องคนหนึ่งเห็นจางอวี้หัวมีท่าทางร้อนรนจึงรีบเตือนขึ้น
“บ้าเอ๊ย จะรักษาให้ลูกน้องฉันยังกล้าเล่นตุกติกแบบนี้ รอดูเถอะ ฉันจะสั่งสอนหมอคนนั้นให้เข็ด…” จางอวี้หัวได้ยินดังนั้นก็กัดฟันพูดด้วยความโมโห
“พี่ใหญ่ อย่าเพิ่งโมโหเลยครับ ใกล้ถึงแล้ว”
ลูกน้องที่ขับรถมองไปข้างหน้า เมื่อเห็นป้ายโรงพยาบาลเอกชนอยู่ไกล ๆ จึงจอดรถข้างทาง “คุณหมอหาน ถึงแล้วครับ”
“โอเค ขอบคุณนะ!”
หานชิงอวี่ไม่ได้ใส่ใจกับบท