จะทำอะไรได้แม้ว่าเขาจะรู้ เขามีวิธีจัดการกับขุนนางไม่กี่คนแต่พลเมืองทั้งเมืองหลวงทำให้เขามีปัญหาเล็กน้อย เขาไม่สามารถฆ่าพวกเขาทั้งหมดได้สีหน้าของซวนเทียนโมกลายเป็นอัปลักษณ์ยิ่งขึ้นในขณะที่เขาจ้องตรงไปที่เฟิงหยูเองสักพัก หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า “น้องสะใภ้นั้นไม่สนใจเวลาเดิน เจ้าอยู่ห่างจากม้าขององค์ชายผู้นี้ ทำไมเจ้าถึงล้ม ? พื้นดินไม่เรียบหรือ ? ”เฟิงหยูเองส่ายหน้า“ถนนของเมืองหลวงนั้นได้รับการซ่อมแซมโดยคนของเสด็จพ่อจากเงินที่เตรียมไว้ในแต่ละปี มันจะไม่เรียบได้อย่างไรเจ้าคะ ? อาเองไม่เคยคิดเลยว่าจะมีม้าที่สูงขนาดนี้ปรากฏขึ้นในความโกลาหลนี้ และข้าก็ตกใจ จากนั้นข้าก็ล้มลง ข้าไม่กล้าตำหนิพี่แปด พระองค์ต้องมีเรื่องเร่งด่วนที่จะจัดการ ดังนั้นพระองค์จึงขี่ม้าและถูกรบกวน พระองค์ต้องไม่ปล่อยปละละเลย เพราะนั่นไม่ใช่ความรับผิดชอบที่อาเองสามารถแบกรับได้เจ้าค่ะ”
นางนั่งลงบนพื้นโดยไม่ตั้งใจลุกขึ้นนางกล่าวเรื่องไร้สาระของนางด้วยน ้าเสียงที่น่าสมเพชและมันฟังดูสมจริงมาก แม้แต่ซวนเทียนโมก็ยังสงสัยว่าม้าของเขาทำให้นางตกใจจริง ๆ หรือไม่ แน่นอนเขารู้ว่าเฟิงหยูเองไม่กลัวม้า มันดีพอถ้านางไม่ทำให้ม้ากลัว แต่เขาจะเริ่มเถียงกับผู้หญิงคนนี้ที่ถนนได้อย่างไร ?เขาไม่มีความตั้งใจที่จะทำสิ่งนี้ต่อหน้าพลเมืองไม่ว่าสถานะของเฟิงหยูเองจะเป็นเช่นไร เมื่อใดก็ตามที่นางวางท่าและทำตัวเหมือนเด็กผู้หญิงตั