ให้แบกรับความรับผิดชอบไว้”
หลู่ปิงยิ้มอย่างขมขื่อ“เก้อซื่อจะมีแก่ใจกังวลเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ข้าขโมยมันเมื่อเช้าวานนี้ และนางก็ไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งใดหายไป นางให้ความสำคัญกับหลู่หยานเป็นอย่างมาก นางอาจจำไม่ได้ว่ากินไปเท่าไหร่แล้วเจ้าค่ะ” นางเป็นบุตรสาวของอนุ แต่นางไม่เคยเรียกเก้อซื่อว่าท่านแม่ จะเห็นได้ว่าเก้อซื่อเคยตำหนิบุตรสาวของอนุในอดีตเฟิงหยูเองพยักหน้าและทั้งสองคุยกันซักพักหนึ่งหลังจากผ่านไปประมาณ 1 ชั่วยาม นางก็กล่าวคำอำลากับหลู่ปิงและนำทางกลับไปที่ฝั่งของหลู่หยาน เมื่อนางมาถึงขวดน ้าเกลือก็เกือบจะว่างเปล่า เฟิงหยูเองรอจนกระทั่งหยดสุดท้ายก่อนที่จะเอาเข็มออกจากด้านหลังของมือหลู่หยาน หลู่หยานดีขึ้นเล็กน้อยและมีบ่าวรับใช้ช่วยประคองให้นั่งบนเตียง นางขอบคุณเฟิงหยูเองอย่างซาบซึ้ง แม้แต่เก้อซื่อและหลู่ซ่งก็ขอบคุณนางซ ้าแล้วซ ้าเล่า ในขณะที่เก้อซื่อกล่าวว่า“คฤหาสน์ไม่ได้มีอะไรดีพอที่จะมอบให้กับองค์หญิง มีของที่หายากอยู่บ้าง แต่สิ่งเหล่านั้นถูกส่งมาจากองค์ชายแปดและฮองเฮาเมื่อไม่นานมานี้ และครอบครัวของเราไม่กล้าสัมผัสสิ่งเหล่านั้น”หลังจากที่นางพูดจบหลู่ซ่งก็ตระหนักได้ทันทีว่ามีความผิดพลาดในถ้อยคำและเขาก็กล่าวเสริม “องค์หญิงอย่าเข้าใจผิดคำพูดของภรรยาของข้าไม่มีความรู้สึกขุ่นเคืองใจต่อตระกูลเหยาขอรับ” เก้อซื่อพยักหน้าซ ้าแล้วซ ้าอีก และตระหนักว่านางเลือกคำพูดของนางผิด
เฟิงหยูเ