ยนเก้อยังรู้ว่านางผิดและไม่ได้พูดเรื่องนี้อีกต่อไปนางพึมพำกับตัวเองว่า “ข้าได้ยินมาว่ามันคงหนีไม่พ้นที่จะมีการสู้รบหลังจากการเฉลิมฉลองปีใหม่สิ้นสุดลง ความหวังปัจจุบันของข้าคือการต่อสู้ครั้งนี้จะราบรื่นยิ่งขึ้นโดยการพิชิตดินแดนภาคใต้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับเฉียนโจว ข้าไม่จำเป็นต้องไปที่นั่นเพื่อแต่งงานกราชับสัมพันธ์ทางการเมือง” ซวนเทียนเก้อพูดด้วยน ้าเสียงเหงานิดหน่อยเพราะนางไม่มีรอยยิ้มบนหน้านั้นอีกต่อไป ท้ายที่สุดนางก็มีอายุมากขึ้นทุกปีที่ผ่านมา และการแต่งงานของนางก็ใกล้เข้ามา นางก็รู้ว่าราชวงศ์ต้าชุนไม่สามารถเก็บนางไว้ได้นานนักแต่การต่อสู้จะเป็นสิ่งที่จะราบรื่นได้อย่างไร? เฟิงหยูเองเข้าใจเรื่องนี้อย่างชัดเจน เฉียนโจวเป็นข้อยกเว้น ถ้าไม่ใช่เพราะแผ่นดินไหวและหิมะถล่มอย่างไม่คาดคิด เฉียนโจวจะไม่ถูกจัดการอย่างง่ายดาย หากพวกเขาหยุดชะงัก และเฉียนโจวยอมแพ้ขอพักรบและนำการแต่งงานเพื่อกราชับความสัมพันธ์ขึ้นมา เพื่อทำให้ทั้งสองอาณาจักรมาใกล้ชิดกันมากขึ้น ซวนเทียนเก้อจะเป็นทางเลือกเดียวของราชวงศ์ต้าชุน แน่นอนว่ามันเป็นไปได้ที่องค์หญิงของเฉียนโจวจะแต่งงานเช่นเดียวกับคังอี้ อย่างไรก็ตามราชวงศ์ต้าชุนไม่ได้มีคน
มากมายที่จะรับพวกเขา แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นได้ง่ายขนาดไหน?ยิ่งกว่านั้นนั่นคือหายนะครั้งใหญ่ มันเป็นอันตรายต่ออาณาจักรและพลเมือง และนางก็ไม่ได้หวังว่าจะเห็นผลลัพธ์แบบนั้นนางไม่ได้บอกซวนเทียน