คราวนี้หวงซวนยืนอยู่ที่ทางเข้ากระโจมและถามว่า “เจ้ามาจากครอบครัวไหน ? เจ้ามาส่งอะไรให้คุณหนู ? ” ขณะที่นางพูดนางยกม่านขึ้นและอนุญาตให้คนเข้ามาข้างในคนที่มาเป็นบ่าวรับใช้ผู้ชายแต่เนื่องจากมีคนจำนวนมากที่มาที่ลานล่าสัตว์ จึงมีกฎที่ราชสำนักกำหนด ไม่ว่าจะเป็นบ่าวรับใช้ของพวกเขา พวกเขาจะต้องมีป้ายไม้ที่ห้อยลงมาจากเอวของพวกเขา ตัวอักษร “หลู่” เขียนอย่างชัดเจนบนป้ายประจำตัวของบ่าวรับใช้ ซึ่งทำให้หวงซวนมีความวิตกกังวลบางอย่าง บ่าวรับใช้ในตระกูลหลู่ทำอะไรในกระโจมของพวกเขา ไม่ใช่กรณีที่ตระกูลหลู่ไม่ถูกกับองค์หญิงหอกหรือ ?เมื่อคำนึงถึงคำถามเหล่านี้เฟิงหยูเองไม่ได้พูด แต่วังซวนถาม“บ่าวรับใช้ของตระกูลหลู่ ? เจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร ? ”บ่าวรับใช้คนหนึ่งยื่นมือของเขาออกมาและมีเตาพกพาเล็กๆปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา นอกจากนี้ยังมีผ้าปิดมัน การปักก็เหมาะสมและสวยงามมาก เขาโค้งคำนับต่อเฟิงหยูเองแล้วตอบว่า“ข้ามาจากตระกูลหลู่ขอรับ ท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายได้ให้ข้ามอบมันให้กับคุณหนูสาม แต่เมื่อคุณหนูสามเห็นมัน นางพูดทันทีว่าถ้านางใช้ สิ่งที่ดีมันจะเสียเปล่า และนางก็บอกให้ข้าเอามาให้องค์หญิงจี่อันขอรับ นางกล่าวว่านางหวังว่าองค์หญิงจะชอบและยอมรับความปรารถนาดีของนางขอรับ”
“คุณหนูสามตระกูลหลู่หรือ? หลู่หยานงั้นหรือ ? ” หวงซวนรู้สึกงงงวยและถามว่า “นางคิดอะไรอยู่ ? จะส่งอะไรให้คุณหนูของข้า ? ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองเ