้สึกว่าบรรยากาศค่อนข้างอึดอัดใจ นางจึงพูดกับพราชายาหยุนอย่างเงียบ ๆ “เสด็จแม่ ข้าแอบพาท่านปู่มาที่นี่ อย่าบอกใครนะเพคะ! ”พราชายาหยุนไม่ได้สูญเสียการควบคุมอย่างมากจนนางลืมทุกอย่างเมื่อได้ยินคำพูดของเฟิงหยูเอง นางก็ปรับอารมณ์ของนางอย่างรวดเร็ว แม้กระนั้นนางก็ยืนขึ้นเพื่อหยิบเก้าอี้ไม่ไกลจากนั้นจากนั้นนางก็พูดกับเหยาเซียน “นั่งก่อน”เหยาเซียนพยักหน้าและนั่งลงพราชายาหยุนก็กลับไปยังจุดที่นางนั่งลง นางไม่ได้ขี้เกียจเหมือนเมื่อก่อน แต่นางนั่งอย่างถูกต้องราวกับว่านางเป็นเด็ก หางตาของนางแสดงให้เห็นถึงความสุขที่ไม่สามารถซ่อนได้ เฟิงหยูเองนั่งข้างนางและมองนางเป็นครั้งคราว ในใจของนาง นางวิเคราะห์ตลอดเวลาว่าทำไมพราชายาหยุนถึงดูมีความสุขมาก แต่ความสุขนี้ดูเหมือนจะไม่เหมือนคนที่ได้พบคนรักของพวกเขา แต่ดูเหมือนว่า…“ท่านพ่อในที่สุดเปี้ยนเปี้ยนก็ได้พบท่าน” ความคิดของเฟิงหยูเองยังไม่เสร็จสิ้นเมื่อนางได้ยินเสียงพราชายาหยุนพูดอย่างนี้โดยไม่คาดคิด เพื่อเป็นการสังเกตการแสดงออกของพราชายาหยุน นางนั่งตรงขอบ คำว่าบิดาทำให้นางล้มลงพื้นพร้อมกับเสียง“ปีก” ด้วยความตกใจ ฤดูใบไม้ร่วงนั้นตรงตามฤดู เหยาเซียนก็สะดุ้ง
พราชายาหยุนรีบไปประคองเฟิงหยูเองอย่างไรก็ตามนางเห็นลูกสะใภ้นั่งอยู่บนพื้น ขณะมองนางด้วยท่าทางเหลือเชื่อ แม้แต่มือของนางก็สั่น“เสด็จแม่”เฟิงหยูเองมีสีหน้าขมขื่น “เสด็จแม่เรียกท่านปู่ว่าอะไรเพคะ ? ” นางจะพูด