เดินไปที่ศพของหลู่เหยาและดูบาดแผลบนใบหน้าของนางจากนั้นเขาก็มองที่หลู่ปิง เปรียบเทียบทั้งสองในฐานะคนจากตระกูลแพทย์ เขาจำได้ทันทีว่าทั้งสองคนมีอาการบาดเจ็บประเภท
เดียวกัน ในเวลานี้บ่าวรับใช้ในพระราชวังส่งขวดให้เขา มีแมลงมีพิษอยู่ข้างใน เหยาซู่มองแล้วก็หันไปถามหลู่ซ่ง “ท่านพ่อตา หลู่เหยากลับไปบ้านเมื่อสองสามวันก่อนงานเลี้ยง แมลงมีพิษนี้มาจากทางภาคใต้ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ท่านพ่อตาคงมีคำอธิบายให้ลูกเขยคนนี้ใช่หรือไม่ขอรับ ? ”หลู่ซ่งครํ่าครวญอย่างเย็นชา“ข้าสามารถให้คำตอบอะไรเจ้าได้”“แค่อธิบายที่มาของแมลงมีพิษนี้ขอรับ! ” เหยาซู่ไม่เชื่อฟัง“ถ้าท่านพ่อจะปฏิเสธที่จะให้หลักฐานใด ๆ ก็ไม่เป็นไร ไปรายงานเรื่องนี้กันเถิดขอรับ ! ” หลังจากพูดอย่างนี้แล้วเขาก็หันไปหาบ่าวรับใช้ที่อยู่ข้าง ๆ เขาแล้วก็ออกคำสั่งผู้คนได้ยินทุกอย่างสิ่งที่เหยาซู่สั่งบ่าวรับใช้คนนั้นเรียกเจ้าเมืองมายังที่เกิดเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำศพของหลู่เหยาไปยังทางการเพื่อตรวจสอบใบหน้าของหลู่ซ่งเปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความโกรธขณะที่เขาพูดด้วยความโกรธ “เหยาซู่ ! เสนาบดีผู้นี้ให้เจ้าแต่งงานกับบุตรสาวของข้า ตอนนี้นางล่วงลับไปแล้ว เจ้าไม่พานางกลับไปที่คฤหาสน์ กลับส่งนางไปยังทางการแทน ? ”อย่างไรก็ตามเหยาซู่มองไปที่เขาและไม่พูดอะไรสักคำเดียวเมื่อหันกลับมาเขาช่วยซูซื่อลุกขึ้นยืนแล้วถามว่า “ข้าทำให้ท่านแม่
ต้องตกใจ กลับมาที่คฤหาสน์กันก่อนเถิ