น่ห์ใส่ซวนเทียนหมิง เมื่อมองย้อนกลับไปที่เฟิงจื่อหรูซึ่งอายุเก้าขวบ นางไม่กล้าปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นเด็กอีกต่อไปเมื่อมองอีกครั้งที่หลู่ซ่งที่คุกเข่าเขารู้สึกว่าเขาไม่อาจเงยหน้ามองผู้ใดได้อีกต่อไป ขุนนางขั้นหนึ่งที่มีเกียรติ ต้องมาคุกเข่าแบบนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย ถ้าอยู่ในราชสำนักก็คงไม่เป็นไร แต่นี่เป็นเพียงคฤหาสน์ตระกูลเหยา สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?แต่การพร ่าบ่นในใจของเขาและความรู้สึกอับอายนั้นไร้ประโยชน์คนที่ให้เขาคุกเข่าคือองค์ชายเจ็ด, ซวนเทียนฮั่ว โดยปกติเขาใจดีและอ่อนโยนต่อทุกคน อย่างไรก็ตามทุกคนรู้ว่าเขาไม่เคยโกรธใครมาก่อน ทุกวันนี้ตระกูลหลู่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ หลู่ซ่งคิดกับตัวเองว่าสถานการณ์เช่นนี้น่าจะผ่านพ้นไปได้ไม่ยากเฟิงหยูเองเอียงศีรษะของนางขยับตัวเล็กน้อยเพื่อพูดกับซวนเทียนหมิง“เดาสิ พี่เจ็ดจะจัดการกับเสนาบดีหลู่อย่างไร”ซวนเทียนหมิงยักไหล่“ข้าไม่รู้ แต่มันจะทรมานพอ การทำให้องค์ชายผู้นี้ขุ่นเคืองเพียงแต่ถูกข้าเฆี่ยนตี แต่การทำให้พี่เจ็ดขุ่นเคืองนั้นสามารถทำให้เกิดผลลัพธ์อะไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับโชคของหลู่ซ่งและผลการตรวจร่างกาย”ซวนเทียนเก้อเข้ามาในเวลานี้และเริ่มซุบซิบกับทั้งสอง“หากว่าหลู่เหยาไม่มีร่างกายที่บริสุทธิ์แล้ว เรื่องนี้จะจัดการอย่างไร ? ” ในขณะที่นางพูด นางมองไปที่เฟิงหยูเองอย่างจริงจัง “อาเอง, ตระกูลเหยาจะรับลูกสะใภ้เช่นนี้หรือไม่ ? ”เฟิงหยูเองกล