ข้าไปข้างในแม้แต่น้อยเมื่อเขา เข้าไปข้างในเขาลืมว่ามีธรณีประตูขวางอยู่และสะดุดล้มลงกับพื้น เหมือนลูกบอลเขากลิ้งไปข้างในฮ่องเต้มองลูกบอลกลิ้งไปที่ด้านข้างของเขาเขามีแรงกระตุ้น เล็กน้อยที่จะยกเท้า และเตะอีกฝ่าย แต่เขาก็สามารถกลั้นไว้ได้ เขา เอื้อมมือไปช่วยพยุงจางหยวนลุกขึ้นมา จากนั้นเขาก็ถามว่า “ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น ? ทำไมเราถึงได้ยินคนพูดถึงตำหนักศศิเหมันต์ ? ”ในขณะที่เขาพูด เขามองออกไปข้างนอก หลังจากนั้นครู่หนึ่งเขา ถามด้วยความสับสน “มันกี่โมงแล้ว ทำไมจึงมีแสงสีแดงมาจากข้าง นอก”จางหยวนคว้าฮ่องเต้ไว้และช่วยเขาขึ้นจากแท่นบรรทมจากนั้น เขาก็ไปดึงเสื้อผ้า และช่วยเขาสวมถุงเท้าและรองเท้า สิ่งนี้ทำให้ ฮ่องเต้ตกตะลึง “มันคืออะไร ? ข้าตื่นสายหรือ ? ถึงเวลาเข้าราช สำนักเช้าแล้วหรือ ?”จางหยวนส่ายหัว”ไม่ใช่ขอรับ ตอนนี้เที่ยงคืนอยู่พะยะค่ะ”ฮ่องเต้เริ่มโกรธ”เจ้าบ้าหรือ! เจ้าใส่ชุดให้ข้าทำไมเวลาเที่ยง คืน ? ”จางหยวนบอกเขาว่า”นอนไม่ได้แล้วพะยะค่ะ ตำหนักศศิ เหมันต์ไฟไหม้ตอนนี้เปลวไฟเต็มท้องฟ้าแล้ว เราจำเป็นต้องไปดู แต่ ฝ่าบาทต้องไม่คิดมาก ฝ่าบาทไม่สามารถไปช่วยดับไฟได้ ฝ่าบาทดู ได้อย่างเดียว ฝ่าบาทต้องทิ้งมันไว้กับบ่าวรับใช้พะยะค่ะ” ก่อนที่ เขาจะพูดจบ เขารู้สึกว่ามีใครบางคนดันไหล่อย่างแรง เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมอง ฮ่องเต้ก็หายไปแล้วจางหยวนกระทืบเท้าของเขาและรีบไล่ตามอย่างรวดเร็วทั้ง สองรีบไปในทิศทางของตำ