บไปในด้านของตระกูลเหยา พวกเขาเริ่มดูแลเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับงานแต่งงานของเหยาซูตระกูลเหยาเป็นปราชาธิปไตยมาโดยตลอดนอกเหนือจากกฎ เกณฑ์ที่เหยาเซียนกำหนดไว้ว่า “ผู้ชายจะต้องไม่มีอนุ และผู้หญิง จะไม่เป็นอนุ”พวกเขามักจะให้ความเคารพต่อความปรารถนาของ คนรุ่นใหม่เสมอตัวอย่างเช่นการแต่งงานของเหยาซูและหลู่เหยา แม้ว่าหลู่ซ่งจะถามฮ่องเต้หลายครั้ง และแม้ว่าฮ่องเต้จะนำมันมากับ เหยาเซียนหลายต่อหลายครั้ง หากแต่เหยาซูไม่ต้องการปฏิเสธแต่เป็นเพราะเหยาซูยอมรับว่าตระกูลเหยาเลือกที่จะเคารพ การตัดสินใจของเด็กตราบใดที่เขาต้องการ ตระกูลเหยาก็ต้อง ยอมรับอย่างไรก็ตามใครจะรู้ว่าคนผู้นี้ต้องการภรรยาที่จะทำให้ พวกเขารู้สึกเสียใจอย่างมาก“คุณหนูยังเป็นห่วงนายน้อยคนโตของตระกูลเหยาหรือเจ้าคะ? ” ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน และเฟิงหยูเองนั่งข้างเตียงของนาง เอน ใกล้กับหน้าต่าง นางยังไม่อยากนอน วังซวนเห็นว่านางยังไม่ง่วง นอนและเตรียมชาดอกมะลิอ่อน ๆ ไว้คุยกับนางเมื่อได้ยินการพูดถึงเหยาซู่แล้วเฟิงหยูเองก็กล่าวว่า “เขา ต้องการ มีอะไรที่ข้าสามารถพูดได้ ข้าเป็นห่วงท่านปู่ หลังจากที่หลู่ เหยาเข้ามาในคฤหาสน์ มันก็คงจะดีถ้านางรู้ว่าจะควบคุมตนเอง หากนางยังคงสร้างปัญหาต่อไปเมื่อท่านปู่ต้องลุกขึ้นมาจัดการตอน อายุขนาดนี้ เขาจัดการกับมันได้อย่างไร ลืมมันไปเถิด” นางโบกมือ “ในท้ายที่สุดมันคืออนาคต นั่นไม่ใช่เหตุผลที่นอนไม่หลับ“ถ้าอย่างนั้นท